ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา
นักวิจัย : ไกรพล อรัญรัตน์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ , คณพล จันทน์หอม
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43883
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลผูกพันของคำพิพากษาคดีอื่นที่มีต่อการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีอาญา ในกรณีที่คดีทั้งสองมีคู่ความและข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกัน (Same Parties and Same Issue) ภายใต้หลักกฎหมายปิดปากเฉพาะประเด็นแห่งคดี (Issue Estoppel) รวมถึงนำเสนอแนวทางปฏิบัติ และแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อกำหนดสถานะของคำพิพากษาคดีอื่นที่มีต่อการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีอาญาให้ชัดเจนด้วย จากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเป็นพื้นฐานของหลักกฎหมายปิดปากเฉพาะประเด็นแห่งคดี บัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 โดยกฎหมายทั้งสองมาตราดังกล่าวได้กำหนดให้มีการนำเอาหลักกฎหมายปิดปากเฉพาะประเด็นแห่งคดีมาใช้เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตราใดกำหนดให้นำเอาหลักกฎหมายปิดปากเฉพาะประเด็นแห่งคดีมาใช้ในคดีอาญา ดังนั้น โดยหลักกฎหมายแล้ว ศาลในคดีอาญาจึงไม่มีความจำเป็นต้องถือข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลคดีอื่น แม้คดีทั้งสองจะมีคู่ความและข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกันก็ตาม กลับกันสามารถวินิจฉัยข้อเท็จจริงไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีอาญาได้เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษาต่อไปพบว่าศาลฎีกาของประเทศไทยได้วางบรรทัดฐานให้ศาลในคดีอาญาจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอื่น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือศาลฎีกาของไทยนำเอาหลักกฎหมายปิดปากเฉพาะประเด็นแห่งคดีมาใช้ในคดีอาญาด้วย ซึ่งขัดต่อหลักการดำเนินคดีอาญาหลายประการและไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายแบบคอมมอนลอว์หรือซีวิลลอว์ก็ตาม ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเสนอแนะให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญายกเลิกการนำข้อเท็จจริงในคดีอื่นมาใช้เป็นบทตัดสำนวนในคดีอาญา แต่ให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญารับฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นเป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่งในคดีอาญาเพื่อประกอบกับพยานหลักฐานชิ้นอื่นที่นำสืบเข้ามาในคดีได้ อันจะทำให้สถานะของคำพิพากษาคดีอื่นต่อการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีอาญามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
ไกรพล อรัญรัตน์ . (2556). การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไกรพล อรัญรัตน์ . 2556. "การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไกรพล อรัญรัตน์ . "การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ไกรพล อรัญรัตน์ . การนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอื่นมาใช้ในคดีอาญา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.