| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลม หายใจออกและอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว |
| นักวิจัย | : | สิทธิกร ลินลาวรรณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุเทพ กลชาญวิทย์ , ฐนิสา พัชรตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43833 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลมหายใจออก และอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับ การบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว ความสำคัญและที่มาของปัญหางานวิจัย โรคลำไส้แปรปรวนมีกลไกการเกิดโรคจากหลายปัจจัย โดยพบว่าอาหารมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษา ข้าวเป็นแหล่งอาหารที่มีรายงานว่าสามารถย่อยสลายได้สมบูรณ์ เกิดแก๊สในลำไส้รวมถึงเกิดอาการระบบทางเดินอาหารน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารประเภทนี้ในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนยังมีน้อย วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาผลของการรับประทานคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลมหายใจออก และการเกิดอาการของโรคภายหลังการรับประทานเปรียบเทียบกับการรับประทานคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว ระเบียบวิธีการวิจัย ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นตามนิยาม Rome III 20 คนเข้าร่วมการศึกษา โดยแต่ละคนจะถูกสุ่มให้รับประทานอาหารทดลองที่ผลิตจากข้าวเจ้า ข้าวสาลี หรือแป้งถั่วเขียวในปริมาณที่เท่ากัน ทำการตรวจวัดปริมาณแก๊สในลำไส้ที่วัดจากลมหายใจออกด้วยเครื่องbreath test ร่วมกับประเมินความรุนแรงของอาการลำไส้แปรปรวนโดยใช้แบบสอบถาม (100 mm VAS) ตั้งแต่ก่อนทาน หลังทานมื้อเช้า 4ชั่วโมงและหลังทานมื้อกลางวัน 4ชั่วโมง ทุก 15นาที จนครบ 8ชั่วโมง จากนั้นเว้นระยะเวลา 1 สัปดาห์แล้วนัดผู้ป่วยมาทำการศึกษาต่อในลักษณะเดิมด้วยอาหารทดลองจนครบ 3 ครั้ง ผลการวิจัย ผู้ป่วยทั้งหมดสามารถร่วมการศึกษาได้ตลอดการศึกษาและไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ปริมาณแก๊สในลำไส้ที่วัดจากลมหายใจออกก่อนรับประทานอาหารในแต่ละครั้งไม่มีความแตกต่างกัน หลังรับประทานอาหารทดลอง 5 ชั่วโมงพบว่าปริมาณแก๊สไฮโดรเจนและมีเทนในกลุ่มข้าวสาลีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเปรียบเทียบกับข้าวเจ้าและแป้งถั่วเขียว(p<0.05) มีค่าarea under the curveมากที่สุดในกลุ่มข้าวสาลี รองลงมาได้แก่ แป้งถั่วเขียวและข้าวเจ้าตามลำดับ(H2: 4120.5 ± 45.5 vs. 2356.1 ± 13.9, 2267.3 ± 14.6 ppm-min, p<0.001 และCH4 : 1616.0 ± 15.8 vs. 943.1 ± 5.2, 946.5 ± 6.0, p<0.05) อาการแน่นอึดอัดท้องและอิ่มเร็วเป็นอาการที่พบมากในกลุ่มที่ทานข้าวสาลีเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ทานข้าวเจ้า(3.0 ± 0.6 vs. 2.2 ± 0.6 and 3.4 ± 0.5 vs. 2.5 ± 0.5, p<0.05).โดยที่อาการทางเดินอาหารอื่น ได้แก่ ปวดท้อง แสบท้อง คลื่นไส้ ปวดอยากถ่ายอุจจาระ จุกแน่นท้อง เรอและรู้สึกกรดไหลย้อนไม่มีความแตกต่างกัน สรุป การรับประทานอาหารที่ผลิตจากข้าวเจ้าจะเกิดปริมาณแก๊สในลำไส้ที่วัดจากลมหายใจออก อาการแน่นอึดอัดท้องและอิ่มเร็วน้อยกว่าการรับประทานอาหารจากข้าวสาลีหรือแป้งถั่วเขียว ดังนั้นข้าวเจ้าจึงเป็นแหล่งอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่น |
| บรรณานุกรม | : |
สิทธิกร ลินลาวรรณ . (2556). ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลม หายใจออกและอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สิทธิกร ลินลาวรรณ . 2556. "ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลม หายใจออกและอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สิทธิกร ลินลาวรรณ . "ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลม หายใจออกและอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. สิทธิกร ลินลาวรรณ . ผลของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าต่อการสร้างแก๊สไฮโดรเจนในลำไส้ที่วัดจากลม หายใจออกและอาการของโรคในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่ใช่ท้องผูกเด่นเปรียบเทียบกับการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสาลีหรือถั่วเขียว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
