| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ปารัชญ์ เกลี้ยงลำยอง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อุ่นเรือน เล็กน้อย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42946 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 งานวิจัยเรื่องการสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา คือ 1) เพื่อศึกษาการสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 2) เพื่อเปรียบเทียบการเห็นคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการเห็นคุณค่าในตนเองผ่านทางชีวิตจริง 3) เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อการสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในมิติเชิงบวกและเชิงลบ งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการเก็บข้อมูลโดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ประชากรเป้าหมายของงานวิจัย คือ นิสิตนักศึกษาที่เรียนมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 402 หน่วย โดยสุ่มสถานที่เก็บแบบสอบถามเป็นมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (sd.) ร้อยละ (percent) การวิเคราะห์ความแตกต่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (T-Test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนรวมแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) จากโปรแกรม SPSS ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิจัยในครั้งนี้กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ระดับ .05 ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีแนวทางการสร้างคุณค่าในตนเองผ่านเฟซบุ๊คโดยให้ความสำคัญกับการแสดงผ่านลักษณะกายภาพมากที่สุด(ค่าเฉลี่ย 3.10) รองลงมาคือ การแสดงออกผ่านทางความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการแสดงออกทางอารมณ์ (ค่าเฉลี่ย 2.93) การแสดงออกผ่านทางค่านิยมในสังคม (ค่าเฉลี่ย 2.77) และการแสดงออกผ่านทางความสามารถทั่วไป สมรรถภาพ และผลงาน (ค่าเฉลี่ย 2.71) ตามลำดับ เมื่อทำการเปรียบเทียบคะแนนรวมแบบประเมินคุณค่าในตนเองระหว่างสังคมจริงและสังคมออนไลน์แล้ว พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามมีการเห็นคุณค่าในตนเองผ่านสังคมจริงมากกว่าสังคมออนไลน์ที่ค่าเฉลี่ย 3.56 และ 3.43 ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาค่าตัวเลขควบคู่กับเกณฑ์การตีความหมายแล้ว พบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยทางสถิติทั้งสังคมจริงและออนไลน์ต่อเรื่องการเห็นคุณค่าในตนเองซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง |
| บรรณานุกรม | : |
ปารัชญ์ เกลี้ยงลำยอง . (2556). การสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปารัชญ์ เกลี้ยงลำยอง . 2556. "การสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปารัชญ์ เกลี้ยงลำยอง . "การสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ปารัชญ์ เกลี้ยงลำยอง . การสร้างคุณค่าในตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
