ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน
นักวิจัย : วศิน จิริศานต์
คำค้น : การติดนิโคติน -- การรักษา , Smoking cessation , Cigarette smokers -- Rehabilitation , Nicotine addiction -- Treatment , Varenicline -- Therapeutic use , Nortriptyline -- Therapeutic use , คนสูบบุหรี่ -- การฟื้นฟูสมรรถภาพ , การเลิกบุหรี่
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ฉันชาย สิทธิพันธ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42786
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ที่มาและวัตถุประสงค์ ยา Varenicline ออกฤทธิ์ต่อ alpha-4-beta-2 nicotinic receptor ในสมองโดยทำหน้าที่เป็น partial agonist โดยจะช่วยในการหยุดบุหรี่โดยทำให้ลดอาการอยากบุหรี่ที่เกิดจากการติดนิโคติน ซึ่งทำให้สามารถหยุดบุหรี่ได้สำเร็จ การให้คำแนะนำร่วมกับการใช้ยาเพื่อช่วยในการหยุดบุหรี่จะทำให้อัตราประสบผลสำเร็จมากขึ้น ปัจจัยการนอนโรงพยาบาลจากภาวะเจ็บป่วยจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยตระหนักถึงผลกระทบของบุหรี่จึงทำให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้นไปอีก ในการศึกษานี้จะศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยของยา Varenicline และ Nortriptyline ในการรักษาภาวะติดบุหรี่ในผู้ป่วยใน วิธีการศึกษา งานวิจัยสุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบ(Double blind randomized controlled trial) โดยนำผู้ป่วยที่ยังสูบบุหรี่มากกว่า 10 มวนต่อวัน, อายุ 18-75ปี แบ่งเข้ามาศึกษาแบบสุ่ม 1:1 ในกลุ่ม Varenicline จะได้รับยาในขนาดต่ำและปรับยาจนได้ขนาด 1 mg วันละสองครั้ง กลุ่ม Nortriptyline ให้ยาในขนาด 12.5 – 50 mg ต่อวัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ การติดตามการสูบบุหรี่หลังการรักษาโดยการรายงานการเลิกบุหรี่โดยตัวผู้ป่วยเอง และผลการตรวจปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์หายใจออก วัตถุประสงค์หลัก คือ ประเมินประสิทธิผลระหว่างยา Varenicline และ Nortriptyline ในการรักษาภาวะติดบุหรี่ในผู้ป่วยใน ส่วนวัตถุประสงค์รอง คือ ประเมินผลข้างเคียงของยา และ อัตราการเลิกบุหรี่ตลอด 1 สัปดาห์ก่อนวันประเมินผล (PAR) ในช่วงเวลา 2,4,8,12 และ 16 สัปดาห์ ผลการศึกษา ผู้เข้าร่วมการศึกษา 51 ราย ได้รับยา Varenicline และ Nortriptyline คิดเป็น 25 และ 26 รายตามลำดับ อายุเฉลี่ยอยู่ในช่วง 22-72 ปี (อายุเฉลี่ย 49.8 และ 50.9 ปี ในกลุ่มยา Varenicline และ Nortriptyline ตามลำดับ ) เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเลิกบุหรี่ตลอด 1 สัปดาห์ก่อนวันประเมินผล2,4,8,12 และ 16 สัปดาห์ ใน Varenicline คิดเป็น 28%, 56%, 60%, 60% และ 60%ตามลำดับ และใน Nortriptyline คิดเป็น 42%,57%,65,65 และ 57% ตามลำดับ อัตราการเลิกบุหรี่ตลอด 1 สัปดาห์ก่อนวันประเมินผล ใน Varenicline และ ในกลุ่ม Nortriptyline ไม่มีผลแตกต่างทางสถิติ ผู้ที่รับยา Varenicline มีอาการคลื่นไส้ (2/25), ปวดศีรษะ (3/25), แต่ไม่มีอาการผิดปกติในการนอนหลับในการศึกษานี้ ส่วนผู้ที่ได้รับยา Nortriptyline มีเพียงแค่อาการปากแห้ง (2/26) ค่าใช้จ่ายในการใช้ยา Varenicline คิดเป็น 10,800 และ 135 บาทต่อการรักษา 12 สัปดาห์ สรุปผลการรักษา ยา Nortriptyline มีประสิทธิผลในการรักษาภาวะติดบุหรี่สำหรับผู้ป่วยในไม่แตกต่างกับยา Varenicline โดยมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ดังนั้นยา Nortriptyline เป็นยาที่มีความคุ้มค่าทั้งด้านประสิทธิผลและด้านราคา

บรรณานุกรม :
วศิน จิริศานต์ . (2555). การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วศิน จิริศานต์ . 2555. "การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วศิน จิริศานต์ . "การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
วศิน จิริศานต์ . การศึกษาประสิทธิผลระหว่าง Varenicline และ Nortriptyline ในการเลิกบุหรี่ระยะสั้นสำหรับผู้ป่วยใน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.