ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม
นักวิจัย : อรสุดา แสงก่ำ
คำค้น : การต่อรองคำรับสารภาพ -- ไทย , การต่อรองคำรับสารภาพ -- สหรัฐอเมริกา , ขบวนการอาชญากรรม -- ไทย , การป้องกันอาชญากรรม -- ไทย , พยานหลักฐาน , พยานบุคคล , การสืบสวนอาชญากรรม , อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 , Plea bargaining -- Thailand , Plea bargaining -- United States , Organized crime -- Thailand , Crime prevention -- Thailand , Evidence, Criminal , Witnesses , Criminal investigation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปารีณา ศรีวนิชย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42272
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงการนำมาตรการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม เนื่องจากประเทศไทยได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้ง ในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 ซึ่งได้กำหนดมาตรการดังกล่าวไว้ในอนุสัญญาฯ ข้อ 26 โดยทำการศึกษาถึง มาตรการที่ใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ที่จะดำเนินคดีกับองค์กร อาชญากรรม โดยทำการศึกษาว่าหากมีการนำมาตรการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้ในประเทศไทยจะมี ความเหมาะสมหรือไม่ และมีหลักการพื้นฐานของกฎหมายภายในที่จะรองรับมาตรการดังกล่าวมากน้อย เพียงใด โดยได้ทำการศึกษาถึงมาตรการต่อรองคำรับสารภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นแนวทางใน การพัฒนากฎหมายของประเทศไทยให้มีความสอดคล้องกับอนุสัญญาฯ ผลจากการศึกษาพบว่า การใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับองค์กรอาชญากรรมยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากมีปัญหาในทางปฏิบัติและทางกฎหมาย โดยเทคนิคฯบางอย่างพบว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การดักฟัง เนื่องจากองค์กรอาชญากรรมมีการดำเนินการที่ปกปิดความลับและเคร่งครัดในกฎระเบียบ จึงอาจไม่ยอมให้มีการใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารระหว่างกัน หรือมีการใช้วิธีคิดค้นรหัสลับในการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนี้ปัญหาในทางกฎหมายพบว่ามีข้อจำกัดในการใช้เทคนิคฯดังกล่าวโดยใช้ได้เฉพาะกับลักษณะความผิดบางประเภทที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้ได้เท่านั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมกับลักษณะการกระทำความผิดขององค์กรอาชญากรรมที่มีมากมายหลายรูปแบบในลักษณะต่างๆ จากสภาพปัญหาการดำเนินคดีองค์กรอาชญากรรมในประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับองค์กรอาชญากรรม ผู้ทำวิทยานิพนธ์เห็นว่าควรที่จะมีการนำมาตรการ ต่อรองคำรับสารภาพมาใช้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากผู้ร่วมกระทำความผิดในองค์กรอาชญากรรม โดยเสนอให้มี การกำหนดบทบัญญัติเพิ่มเติมในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยนำหลักกฎหมายเกี่ยวกับการต่อรองคำรับสารภาพของประเทศสหรัฐอเมริกามาพิจารณาประกอบ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากฎหมายของประเทศไทยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับอนุสัญญาฯดังกล่าว

บรรณานุกรม :
อรสุดา แสงก่ำ . (2550). การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรสุดา แสงก่ำ . 2550. "การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรสุดา แสงก่ำ . "การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
อรสุดา แสงก่ำ . การนำวิธีการต่อรองคำรับสารภาพมาใช้กับองค์กรอาชญากรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.