| ชื่อเรื่อง | : | การปรับปรุงอัตราบิตผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ |
| นักวิจัย | : | อัจฉราภรณ์ ดำรงวณิชย์ |
| คำค้น | : | ฮาร์ดดิสก์ , ซิกซ์ซิกมา (มาตรฐานการควบคุมคุณภาพ) , Hard disks (Computer science) , Six sigma (Quality control standard) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อังศุมาลิน เสนจันทร์ฒิไชย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42269 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555 งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการอ่าน-เขียนของหัวอ่านเขียนในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่เกี่ยวกับค่าอัตราบิตผิดพลาด จากการศึกษาข้อมูลขั้นต้นพบว่าค่าดัชนีชี้วัดความสามารถของกระบวนการ (Cpk) ของอัตราบิตผิดพลาดมีค่าเท่ากับ 0.72 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์แบบพิกัดด้านเดียวคือด้านต่ำที่มีค่าเท่ากับ 1.25 ในการปรับปรุงค่า Cpk ของอัตราบิตผิดพลาดจะประยุกต์ใช้หลักการของ Six Sigma 5 ขั้นตอนโดยเริ่มจากระยะนิยามปัญหา ระยะวิเคราะห์การวัดเพื่อหาสาเหตุของปัญหา ระยะวิเคราะห์สาเหตุปัญหา ระยะปรับปรุงแก้ไขกระบวนการ และสุดท้ายคือระยะการติดตามควบคุม ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่าค่าความร้อนที่จ่ายให้กับหัวอ่านเขียน ค่าแอมพลิจูดของกระแส ค่าส่วนเกินของกระแส จำนวนสิ่งแปลกปลอมบนจานบันทึกข้อมูล และความกว้างของหัวอ่านเขียน เป็นปัจจัยที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราบิตผิดพลาด เนื่องจากค่า p-value ของปัจจัยดังกล่าวมีค่าน้อยกว่า 0.05 แต่เนื่องจากจำนวนสิ่งแปลกปลอมบนจานบันทึกข้อมูล และความกว้างของหัวอ่านเขียนเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นการทดลองในงานวิจัยนี้จึงเลือกใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียลสำหรับปัจจัยที่สามารถควบคุมได้จำนวน 3 ปัจจัย ผลจากการวิเคราะห์พบว่าอิทธิพลร่วมของปัจจัยค่าความร้อนที่จ่ายให้หัวอ่านเขียนและแอมพลิจูดของกระแส และอิทธิพลร่วมของแอมพลิจูดของกระแสและค่าส่วนเกินของกระแสมีผลต่ออัตราบิตผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับนัยสำคัญเท่ากับ 5% และจากการวิเคราะห์ผลด้วยวิธีเชิงเส้นทั่วไปพบว่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมของค่าความร้อนที่จ่ายให้กับหัวอ่านเขียน ค่าแอมพลิจูดของกระแส และค่าส่วนเกินของกระแส มีค่าเท่ากับ 35 DAC 10 มิลลิแอมป์ และ 9 มิลลิแอมป์ ตามลำดับ ผลจากการปรับปรุงกระบวนการด้วยการปรับระดับปัจจัยให้มีค่าที่เหมาะสมดังกล่าวพบว่าค่า Cpk ของอัตราบิตผิดพลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.72 เป็น 2.38 และสัดส่วนของเสียประเภท Head related ลดลง 54.87% จาก 21.85% เป็น 9.86% |
| บรรณานุกรม | : |
อัจฉราภรณ์ ดำรงวณิชย์ . (2555). การปรับปรุงอัตราบิตผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัจฉราภรณ์ ดำรงวณิชย์ . 2555. "การปรับปรุงอัตราบิตผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัจฉราภรณ์ ดำรงวณิชย์ . "การปรับปรุงอัตราบิตผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print. อัจฉราภรณ์ ดำรงวณิชย์ . การปรับปรุงอัตราบิตผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
|
