ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน
นักวิจัย : ชัญญาณ์ภัช ล้อมณีนพรัตน์
คำค้น : ความผิดในคดีเด็กและเยาวชน -- พยาน , เด็ก -- การคุ้มครอง -- จำเลย , วิธีพิจารณาเด็กและเยาวชน , พยานบุคคล -- การคุ้มครอง , พยานเด็ก -- การคุ้มครอง , วิธีพิจารณาความอาญา , ศาลคดีเด็กและเยาวชน , Witnesses -- Protection , Child witnesses -- Protection , Criminal procedure , Juvenile courts
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปารีณา ศรีวนิชย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/41558
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี ได้กำหนดวิธีการสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีไว้เป็นพิเศษเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่จำกัดการบังคับใช้ไว้เฉพาะแก่กรณีที่เด็กนั้นเป็นผู้เสียหายหรือพยาน ซึ่งแม้พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 จะได้บัญญัติหลักเกณฑ์การพิจารณาคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนเป็นจำเลยไว้เพื่อให้ความคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กโดยเฉพาะ แต่ก็มิได้มีมาตรการพิเศษดังที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีอยู่จึงยังไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองสิทธิและสภาพจิตใจของเด็กที่เป็นจำเลยซึ่งอาจได้รับความกระทบกระเทือนจากกระบวนการสืบพยานไม่ต่างไปจากกรณีเด็กเป็นผู้เสียหายหรือพยาน ซึ่งหากเด็กต้องเบิกความในสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ ย่อมส่งกระทบต่อการตอบคำถามของเด็กในการสืบพยานด้วย จึงมีความจำเป็นต้องนำหลักเกณฑ์การสืบพยานที่เป็นเด็กตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี มาใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยเด็กอ้างตนเองเป็นพยานด้วย เพื่อให้การคุ้มครองแก่เด็กที่เป็นจำเลยโดยเท่าเทียมกับเด็กที่เป็นผู้เสียหายและพยาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดมาตรการในสืบพยานที่เป็นเด็กไว้หลายวิธีการประกอบกับปัญหาคดีที่คั่งค้างในระบบจำนวนมาก การจะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้บังคับแก่กรณีเด็กเป็นจำเลยด้วยจึงต้องจำกัดเฉพาะมาตรการและกรณีที่จำเป็นต่อการให้ความคุ้มครอง ซึ่งจากการศึกษาวิเคราะห์หลักเกณฑ์ของกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองเด็กในกระบวนการสืบพยานของต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศฟิลิปปินส์ พบว่า ยังมีมาตรการพิเศษอื่นๆ ที่ไม่มีการกำหนดไว้ในกฎหมายไทย รวมถึงเงื่อนไขในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่น่าจะเหมาะสมต่อการให้ความคุ้มครองเด็กโดยไม่ส่งผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้เสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมต่อการปรับปรุงบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี ให้สามารถคุ้มครองได้ทั้งสวัสดิภาพของเด็กและประโยชน์แห่งความยุติธรรม

บรรณานุกรม :
ชัญญาณ์ภัช ล้อมณีนพรัตน์ . (2555). การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัญญาณ์ภัช ล้อมณีนพรัตน์ . 2555. "การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัญญาณ์ภัช ล้อมณีนพรัตน์ . "การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ชัญญาณ์ภัช ล้อมณีนพรัตน์ . การคุ้มครองจำเลยที่เป็นเด็กและเยาวชนกรณีอ้างตนเองเป็นพยาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.