| ชื่อเรื่อง | : | การแปรของคำเรียกญาติและ (aɯ) ในภาษาไทดำ บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตามอายุและทัศนคติต่อภาษา |
| นักวิจัย | : | ดำรงค์ นันทผาสุข |
| คำค้น | : | อรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ , ภาษาโซ่ง , โส้ -- ไทย -- นครปฐม , Ethnosemantics , Black Tai language , So (Southeast Asian people) -- Thailand -- Nakhon Pathom |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กัลยา ติงศภัทิย์, ม.ร.ว. , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/37404 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ประการคือ 1) วิเคราะห์การแปรของคำเรียกญาติตามอายุและทัศนคติต่อภาษาไทดำ 2) วิเคราะห์การแปรของการออกเสียง (aƜ) ตามอายุและทัศนคติต่อภาษาไทดำและ 3) เปรียบเทียบแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของคำเรียกญาติ กับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของการออกเสียง (aƜ) ข้อมูลการวิจัยครั้งนี้คือ การใช้คำเรียกญาติจำนวน 10 คำและการออกเสียง (aƜ) จำนวน 10 ครั้งที่ปรากฏในบทบรรยายรูปวาดจำนวน 4 รูป ผู้วิจัยจัดผู้บอกภาษาที่บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ออกเป็น 4 กลุ่มแต่ละกลุ่มมี 10 คนตามช่วงอายุ ได้แก่ ช่วงอายุ 15-25 ปี 30-40 ปี 45-55 ปี และ 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 40 คนและจัดผู้บอกภาษาออกเป็น 3 กลุ่มตามผลสำรวจทัศนคติต่อภาษาไทดำคือ กลุ่มผู้ที่มีทัศนคติบวกต่อภาษาไทดำ กลุ่มผู้ที่มีทัศนคติกลางต่อภาษาไทดำและกลุ่มผู้ที่มีทัศนคติลบต่อภาษาไทดำ ผลวิจัยแสดงว่าการแปรของคำเรียกญาติแตกต่างจากการแปรของ (aƜ) กล่าวคือชาวไทดำยังคงใช้รูปแปรคำเรียกญาติภาษาไทดำมากกว่ารูปแปรคำเรียกญาติภาษาไทยมาตรฐาน ในทุกช่วงอายุ ในช่วงอายุที่น้อยลงอัตราการใช้รูปแปรคำเรียกญาติภาษาไทดำลดลงตามช่วงอายุ ขณะที่ชาวไทดำที่ทัศนคติต่อภาษาไทดำต่างกันใช้รูปแปรคำเรียกญาติ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ผู้บอกภาษาออกเสียง (aƜ) ถึง 4 รูปแปรด้วยกันคือรูปแปรเสียงดั้งเดิมของภาษาไทดำ [aƜ] รูปแปรเสียงภาษาไทยมาตรฐาน [ai] รูปแปรเสียงใหม่ของภาษาไทดำ [au] และ [ә :] รูปแปรเสียงดั้งเดิมกำลังจะสูญไปจากภาษาไทดำเพราะชาวไทดำที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่ใช้รูปแปรเสียงดั้งเดิมและชาวไทดำในทุกช่วงอายุใช้รูปแปรเสียงใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ยกเว้นชาวไทดำในช่วงอายุ 15-25 ปี ซึ่งหันไปใช้รูปแปรเสียงภาษาไทยมาตรฐาน ชาวไทดำที่ทัศนคติบวกต่อภาษาไทดำใช้รูปแปรเสียงใหม่ ขณะที่ชาวไทดำที่มีทัศนคติลบต่อภาษาไทดำใช้รูปแปรเสียงภาษาไทยมาตรฐาน เมื่อเปรียบเทียบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของคำเรียกญาติกับ (aƜ) พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของคำเรียกญาติมีอัตราช้ากว่า การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของการออกเสียง (aƜ) และยังแสดงให้เห็นอีกว่าชาวไทดำในช่วงอายุ 15-25 ปีมีแนวโน้มหันมาใช้รูปแปรคำเรียกญาติและเสียงภาษาไทยมาตรฐานมากขึ้น อาจส่งผลต่อการธำรงอยู่ของภาษาไทดำที่บ้านสะแกรายในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
ดำรงค์ นันทผาสุข . (2555). การแปรของคำเรียกญาติและ (aɯ) ในภาษาไทดำ บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตามอายุและทัศนคติต่อภาษา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดำรงค์ นันทผาสุข . 2555. "การแปรของคำเรียกญาติและ (aɯ) ในภาษาไทดำ บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตามอายุและทัศนคติต่อภาษา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดำรงค์ นันทผาสุข . "การแปรของคำเรียกญาติและ (aɯ) ในภาษาไทดำ บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตามอายุและทัศนคติต่อภาษา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print. ดำรงค์ นันทผาสุข . การแปรของคำเรียกญาติและ (aɯ) ในภาษาไทดำ บ้านสะแกราย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตามอายุและทัศนคติต่อภาษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
|
