| ชื่อเรื่อง | : | ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ |
| นักวิจัย | : | รุจน์จรุง มีเหล็ก |
| คำค้น | : | บัวเรียว รัตนมณีภรณ์ , คำ กาไวย์ , การรำ -- ไทย , ฟ้อนสาวไหม , ศิลปินแห่งชาติ , Buariao Rattanamaneeporn , Kham Kawai , Dance -- Thailand , Saomai dance , National artist |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิชชุตา วุธาทิตย์ , สิริธร ศรีชลาคม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741421494 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36375 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 วิทยานิพนธ์เรื่อง ฟ้อนสาวไหม: กรณีศึกษาครูบัวเรียวรัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของการแสดงฟ้อนสาวไหม รวมถึงวิเคราะห์รูปแบบการแสดงฟ้อนสาวไหมครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และฟ้อนสาวไมครูคำ กาวไวย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาช้างฟ้อน โดยศึกษาจากเอกสารงานวิจัย การสัมภาษณ์ การสังเกตจากภาพถ่าย ภาพวีดีทัศน์ ตลอดจนฝึกหัดของผู้วิจัยกับผู้เชี่ยวชาญการฟ้อน ผลจากการศึกษาพบว่า ฟ้อนสาวไหมครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ เกิดขึ้นมาเมื่อ 80 ปีก่อนโดยชายชาวล้านนาชื่อกุย สุภาวสิทธิ์ ซึ่งเป็นครูเจิง โดยครูกุย สุภาวสิทธิ์ได้นำเอากระบวนท่าสาวไหมในฟ้องเจิงลายสาวไหม มาปรับปรุง และประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ได้นำเอาวิถีชีวิตของชาวล้านนาในการปั่นฝ้าย ทอผ้า มาประสมประสานความคิดของภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการทำงานกับท่าฟ้อนเข้าด้วยกัน เป็นฟ้อนสาวไหมที่มีความอ่อนช้อยนุ่มนวลเหมาะสมกับสตรีชาวล้านนา และได้ถ่ายทอดให้กับบุตรสาวชื่อบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ (สุภาวสิทธิ์) สาวไหมเป็นศิลปะการแสดงของล้านนา ที่ปรับปรุงและเลียนแบบอากัปกิริยาของการสาวไหม การดึงไหมออกมาเป็นเส้นเพื่อนำมาทอเป็นผืน เช่นเดียวกับฟ้อนสาวไหมครูคำ กาไวย์ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอุ้ยแก้ว ใจขัด ช่างฟ้อนสตรีเป็นฟ้อนสาวไหมปั่นฝ้าย คือการสาวไหม ดึงเส้นไหมมาทอผ้า ฟ้อนสาวไหมได้พัฒนาระยะต่อมาคือครูพลอยสี สรรพศรีได้ร่วมปรับปรุง และได้นำมาสอนในวิทยลัยนาฏศิลปเชียงใหม่และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งมาเป็น ฟ้อนสาวไหมทุกวันนี้ ดนตรีที่ใช้ในการฟ้อนแต่เดิมใช้วงเต่งทิ้งประกอบการแสดงต่อมาใช้วงสะล้อ ซอ ซึง เพลงที่ใช้ในการฟ้อนเป็นเพลงลาวสมเด็จแปลง ระยะหลังได้ใช้เพลงสาวไหม และเพลงซอปั่นฝ้ายบรรเลงประกอบเพื่อความอ่อนช้อยเหมาะสม การแต่งกายช่างฟ้อนจะแต่งชุดพื้นเมืองทั้งช่างฟ้อนชาย และช่างฟ้อนสตรี ลักษณะการฟ้อนจะมีทั้งกระบวนท่านั่ง ยืนและเดิน ลีลาการฟ้อนมีการยืดและยุบตัวอย่างนิ่มนวล เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่เน้นการกระทบเข่า การใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางจีบเพื่อแสดงถึงการสาวเส้นไหมดึงได้ด้านหลังพร้อม กับเบี่ยงลำตัวและอ่อนเอียงไปตามมือ แสดงให้เห็นความสามารถขอครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ที่ผสมผสานท่าธรรมชาติกับท่านาฏศิลป์ได้อย่างกลมกลืน การฟ้อนสาวไหมนี้นอกจากแสดงโดยสตรีชาวล้านนาแล้ว ยังมีช่างฟ้อนผู้ชายซึ่งมีลีลาการฟ้อนไม่อ่อนช้อยเหมือนสตรี แต่กระบวนท่าฟ้อนยังคงเป็นการปั่นฝ้าย ดึงไหม สาวไหม เช่นเดียวกันท่าฟ้อนบางท่ามีการโน้มลำตัวไปด้านหน้าลดลงต่ำ ลำตัวขนานกับพื้น ซึ่งเป็นกระบวยท่าฟ้อนสาวไหมของครูคำ กาไวย์ จะเห็นได้จากฟ้อนสาวไหมในปัจจุบัน |
| บรรณานุกรม | : |
รุจน์จรุง มีเหล็ก . (2548). ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุจน์จรุง มีเหล็ก . 2548. "ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุจน์จรุง มีเหล็ก . "ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. รุจน์จรุง มีเหล็ก . ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
