| ชื่อเรื่อง | : | การเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | เต็มศิริ ศิริสมบัติ |
| คำค้น | : | ผู้สูงอายุ -- ที่อยู่อาศัย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไตรรัตน์ จารุทัศน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14832 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วของประเทศไทย จะส่งกระทบต่อปัญหาตามมามากมาย เช่น ต้องเพิ่มภาระการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปัญหาการจัดการด้านสิทธิของผู้สูงอายุอาจไม่เพียงพอ และไม่ทั่วถึง เป็นต้น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นกองทุนเงินออมระยะยาวของข้าราชการ ทำให้ข้าราชการมีออมเงินไว้เพื่อใช้ในยามเกษียณอายุหรือออกจากราชการ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางสังคม เศรษฐกิจ สภาพการอยู่อาศัยและเพื่อศึกษาการเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร โดยในการวิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ศึกษากลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 392 ตัวอย่าง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางเสนอแนะในการเตรียมด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุกลุ่มข้าราชการ ในการวิจัยครั้งนี้ศึกษากลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มข้าราชการ 5 อันดับแรกจากข้าราชการ 12 ประเภทที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญ คือ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย และข้าราชการตำรวจซึ่งคิดเป็นร้อยละ 95.86 ของกลุ่มประชากรทั้งหมด ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 54.85 ของกลุ่มตัวอย่างมีการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่รับราชการเป็นเวลานาน 30-39 ปี มีระดับรายได้ต่อครอบครัวต่อเดือน 30,000-60,000 บาท ร้อยละ 47.40 ระดับรายได้ต่อบุคคลต่อเดือน 20,000-30,000 บาท ร้อยละ 36.73 ประเภทที่อยู่อาศัยเป็นบ้านเดี่ยว ร้อยละ 61.48 และกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นเจ้าของเอง ร้อยละ 76.53 อยู่อาศัยกับคู่สมรสและบุตรหลาน ร้อยละ 50.51 ระยะเวลาอยู่อาศัยมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ร้อยละ 43.62 ไม่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ร้อยละ 65.6 ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีปัญหาด้านอาคารชำรุดทรุดโทรมและพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมด้านที่อยู่อาศัย สามารถแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่มีการเตรียมและมีการเตรียมการด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีการเตรียมการ ร้อยละ 36.73 สาเหตุที่ไม่มีการเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยนั้นส่วนใหญ่มีบ้านเป็นของตนเองแล้ว ร้อยละ 76.70 ของกลุ่มที่ไม่มีการเตรียมการทั้งหมด สำหรับกลุ่มที่มีการเตรียมการ ร้อยละ 63.27 พบว่าร้อยละ 34.18 เป็นกลุ่มปรับปรุงที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่ต้องการซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่เสียหาย ร้อยละ 28.90 งบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่งบประมาณในการปรับปรุงอยู่ที่ 100,000-500,000 บาท ร้อยละ 82.09 ที่มาของงบประมาณในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยมาจากเงินออม ร้อยละ 44.85 และร้อยละ 17.60 เป็นกลุ่มย้ายที่อยู่ใหม่ส่วนใหญ่มีสาเหตุคืออยากย้ายไปบ้านใหม่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง ร้อยละ 31.88 การวางแผนในการย้ายที่อยู่ใหม่พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการสร้างบ้านใหม่เอง ร้อยละ 55.07 ในกรณีที่ต้องการสร้างบ้านใหม่เองพบว่าส่วนใหญ่มีที่ดินอยู่แล้ว ร้อยละ 65.79 ประเภทของที่อยู่อาศัยใหม่พบว่าส่วนใหญ่ต้องการบ้านเดี่ยว ร้อยละ 84.05 และทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัยใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตปริมณฑล ร้อยละ 31.88 และมีปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยใหม่ 5 อันดับแรก คือ 1. ราคาเหมาะสม 2. สภาพแวดล้อมดี 3. มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน 4. เงื่อนไขการชำระเงิน และ 5. อยู่ใกล้กับลูกหลาน ญาติพี่น้อง งบประมาณที่ใช้ในการย้ายที่อยู่อาศัยใหม่พบว่า ส่วนใหญ่มีงบประมาณ 1,000,000-2,000,000 บาท ร้อยละ 55.07 งบประมาณมาจากเงินออม ร้อยละ 30.81 และร้อยละ 11.48 เป็นกลุ่มผ่อนชำระที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีอัตราการผ่อนชำระที่อยู่อาศัยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 40.00 ราคาที่อยู่อาศัยที่กำลังผ่อนอยู่ระหว่าง 1,000,001-2,000,000 บาท ร้อยละ 31.11 ประเภทของที่อยู่อาศัยที่กำลังผ่อน เป็นบ้านเดี่ยว ร้อยละ 51.11 อยู่ในกรุงเทพเขตเมืองชั้นกลาง ร้อยละ 31.11 ส่วนใหญ่งบประมาณมาจากเงินกู้ร้อยละ 56.25 สำหรับทุกกลุ่มมีความต้องการช่วยเหลือจากรัฐเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม ร้อยละ 33.16 ส่วนประเด็นเพิ่มเติมคือ ต้องการให้รัฐมีการดูแลสภาพแวดล้อมให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี น่าอยู่อาศัยมากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบายสนับสนุนให้ทุกคนมีความรู้เรื่อง การเตรียมตัวด้านที่อยู่อาศัยก่อนการเกษียณอายุ และจัดสวัสดิการเพื่อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับอายุ อาชีพและระดับรายได้ เพื่อให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง |
| บรรณานุกรม | : |
เต็มศิริ ศิริสมบัติ . (2549). การเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เต็มศิริ ศิริสมบัติ . 2549. "การเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เต็มศิริ ศิริสมบัติ . "การเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. เต็มศิริ ศิริสมบัติ . การเตรียมการด้านที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
