| ชื่อเรื่อง | : | สภาพการอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษาสมาชิกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ชนันต์ แสงสีดา |
| คำค้น | : | ผู้สูงอายุ -- ที่อยู่อาศัย , ภาวะสมองเสื่อม -- ผู้ป่วย -- การดูแล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไตรรัตน์ จารุทัศน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15722 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ. ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 องค์การอนามัยโลกได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในอนาคต ที่จะพบกับอุบัติการณ์การเกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันโรคสมองเสื่อมแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ตามระยะการดำเนินอาการของโรค ได้แก่ กลุ่มระยะแรก กลุ่มระยะกลาง และกลุ่มระยะสุดท้าย โดยวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาสภาพสังคมเศรษฐกิจ การอยู่อาศัยและปัญหาการอยอาศัยของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ในรูปแบบที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ใช้การเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ การสังเกต จดบันทึก และถ่ายภาพ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุต่อไป จากการศึกษาด้านสังคมของผู้พบว่า ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางด้าน พฤติกรรม ได้แก่ ชอบเก็บตัว และทำกิจกรรมของตนอยู่ตามลำพัง ทำให้ผู้สูงอายุมีปฎิสัมพันธ์ทางสังคมลดลงเรื่อยๆ ตามระยะการดำเนินอาการของโรค ส่วนในด้านเศรษฐกิจพบว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุแบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และค่าจ้างผู้ดูแล เฉลี่ยเดือนละประมาณ 15,000-20,000 บาท ซึ่งเพียงพอกับรายได้ครัวเรือน โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากญาติของผู้สูงอายุ จากการศึกษาด้านสภาพการอยู่อาศัย ตามการแบ่งกลุ่มตามระยะดำเนินอาการของโรคพบว่า กลุ่มระยะแรก ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติไม่มีปัญหาการอยู่อาศัย กลุ่มระยะกลางผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมการอยู่อาศัย ได้แก่ หลงลืม ซุกซ่อนสิ่งของ ก้าวร้าว และเดินวกวนไปมา ทำให้เกิดปัญหาการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเดินหลงออกจากบ้าน การวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของขวางทางเดิน การซุกซ่อนสิ่งของตามที่ต่างๆ และการรื้อค้นสิ่งของ ส่วนในกลุ่มระยะสุดท้ายผู้สูงอายุจะเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยลง ส่งผลให้มีการใช้พื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยลดลง โดยพบว่าผู้สูงอายุมีการใช้พื้นที่ห้องนอน และห้องและห้องน้ำมากที่สุด รองลงมาได้แก่ พื้นที่รับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ตามลำดับ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในที่อยู่สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม พิจารณาตามระยะการดำเนินอาการของโรค แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ในกลุ่มระยะแรกและกลุ่มระยะกลาง ควรส่งเสริมให้มีการปรับปรุง พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัย ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และสวนภายนอก โดยการจัดพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมฝึกความจำต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูรูปภาพ เล่นเกมส์ลูบิค ถัก ลิตติ่ง และการสวดมนต์ไหว้พระ ส่วนในกลุ่มระยะสุดท้าย ควรส่งเสริมให้มีการปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนและห้องน้ำ โดยการขยายขนาดพื้นที่ใช้สอยเพื่อรองรับการดูแลของผู้ดูแลจำนวน 2-3 คน และควรติดตั้งอุปกรณ์สิ่งอำนวย ความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุได้แก่ ราวจับพยุงตัว ที่นั่งอาบน้ำ และเก้าอี้นั่งพักผ่อน เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถให้ความ ช่วยเหลือผู้สูงอายุได้สะดวกมากขึ้น. |
| บรรณานุกรม | : |
ชนันต์ แสงสีดา . (2552). สภาพการอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษาสมาชิกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนันต์ แสงสีดา . 2552. "สภาพการอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษาสมาชิกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนันต์ แสงสีดา . "สภาพการอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษาสมาชิกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. ชนันต์ แสงสีดา . สภาพการอยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษาสมาชิกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
