ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์
นักวิจัย : รัชนีย์ญา กลิ่นน้ำหอม
คำค้น : นักการเมือง -- ไทย , อุปลักษณ์ , ภาษาไทย -- อรรถศาสตร์ , วัจนกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ณัฐพร พานโพธิ์ทอง , ศิริพร ภักดีผาสุข , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14787
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถ้อยคำอุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ซึ่งสะท้อนมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับการเมืองและวิเคราะห์หน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ในวาทกรรม การเมืองประเภทต่างๆ ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ คำปราศรัยหาเสียง การอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล การสัมภาษณ์ และรายการ "นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน" การวิเคราะห์ถ้อยคำอุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้สะท้อนมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับการเมือง 9 มโนอุปลักษณ์ ได้แก่ 1. [การเมือง คือ การต่อสู้] 2. [การเมือง คือ การเดินทาง] 3. [การเมือง คือ การแข่งขัน] 4. [การเมือง คือ ครอบครัว] 5. [การเมือง คือ การรักษาโรค] 6. [การเมือง คือ การแสดง] 7. [การเมือง คือ ธุรกิจ] 8. [การเมือง คือ การดูแลและทำนุบำรุง] และ 9. [การเมือง คือ เกม] มโนอุปลักษณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นมุมมองของนักการเมืองต่อการเมืองในมิติต่างกัน กล่าวคือ การเมืองเป็นเรื่องของความรุนแรง การเมืองต้องมีการวางกลยุทธเพื่อช่วงชิงชัยชนะ การเมืองคือการเดินทางที่นักการเมืองนำประชาชนไปสู่จุดหมาย การเมืองเป็นการแข่งขันที่มีกติกา การเมืองเป็นเรื่องความสัมพันธ์แบบคนในครอบครัว การเมืองต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเมืองเป็นการแสดงบทบาท การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ การเมืองคือการดูแลประชาชน และการเมืองเป็นเรื่องของชั้นเชิงและเล่ห์เหลี่ยม ตามลำดับ ผลการศึกษาเรื่องหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์พบว่า มโนอุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ทำหน้าที่ 3 ด้าน คือ (1) ด้านการถ่ายทอดความคิด ได้แก่ การอธิบายความและการเปลี่ยนมุมมองใหม่ (2) ด้านบุคคลสัมพันธ์ ได้แก่ การนำเสนอภาพ ด้านบวกของตนเองและ การนำเสนอภาพด้านลบของฝ่ายตรงข้าม และ (3) ด้านสัมพันธภาพ ได้แก่ การลำดับความและการเชื่อมโยงความ เมื่อพิจารณาหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ตามแนวคิดของชาร์เตอร์ริส-แบล็ค (Charteris-Black, 2005) พบว่ามโนอุปลักษณ์ที่นักการเมืองใช้อาจมีผลทางความคิดและความเชื่อสามประการ คือ การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองผู้นำเป็นที่พึ่งและประชาชนเป็นผู้พึ่งพา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนของหัวหน้าพรรค

บรรณานุกรม :
รัชนีย์ญา กลิ่นน้ำหอม . (2551). อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัชนีย์ญา กลิ่นน้ำหอม . 2551. "อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัชนีย์ญา กลิ่นน้ำหอม . "อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
รัชนีย์ญา กลิ่นน้ำหอม . อุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ : การศึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ปริชานและวัจนปฏิบัติศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.