| ชื่อเรื่อง | : | โครงสร้างเหล็ก สำหรับบ้านพักอาศัย |
| นักวิจัย | : | ศิริชัย ศิลปรัศมี |
| คำค้น | : | บ้านโครงสร้างเหล็ก , ที่อยู่อาศัย , อาคารเหล็กรูปพรรณ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชลธี อิ่มอุดม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13459 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 วัตถุประสงค์ในการศึกษารูปแบบการก่อสร้างบ้านพักอาศัยขนาดความสูง 2 ชั้น ที่ใช้ระบบโครงสร้างเหล็กในการก่อสร้าง เพื่อให้ทราบถึงรูปแบบและวิธีการก่อสร้าง ตลอดจนข้อดีข้อเสียในการนำระบบโครงสร้างเหล็กมาใช้ในการก่อสร้าง รวมไปถึงแนวโน้มการพัฒนาระบบบ้านโครงสร้างเหล็กในประเทศไทย โดยทำการศึกษาจากทั้งผู้ผลิตวัสดุโครงสร้างเหล็ก รวมไปถึงวิศวกรและผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์จากการก่อสร้าง ด้วยวิธีการสัมภาษณ์และจากการเฝ้าสังเกตการณ์ ณ สถานที่ก่อสร้างจริง ผลการศึกษาทำให้ทราบว่า การก่อสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กในประเทศไทย ที่มีการก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระบบดังนี้ 1. โครงสร้างเหล็กรูปพรรณเสาและคานรับน้ำหนัก (Skeleton steel structure) 2. โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีผนังรับน้ำหนัก (Lightweight steel framing) ซึ่งทั้ง 2 ระบบมีรูปแบบการก่อสร้าง วัสดุและอุปกรณ์การก่อสร้างที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จากการวิเคราะห์ทำให้ทราบลำดับขั้นตอนงานก่อสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กทั้ง 2 ระบบ ที่มีลำดับการก่อสร้างใกล้เคียงกัน แต่โครงสร้างเหล็กรูปพรรณเสาและคาน จะมีขั้นตอนการก่อสร้างที่มีรูปแบบเช่นเดียวกับบ้าน คสล. มากกว่าซึ่งเป็นระบบที่ช่างไทยมีความถนัด กล่าวคือจะใช้วัสดุโครงสร้างเหล็กในการก่อสร้างเฉพาะในส่วนโครงสร้างเสา คาน และโครงสร้างหลังคาเท่านั้น ในส่วนของระยะเวลาในการก่อสร้างของทั้งสองระบบ จากการศึกษาอาคารตัวอย่างระบบเสาและคานจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 265 วัน ในขณะที่ระบบโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีจะใช้เวลาก่อสร้าง 239 วันซึ่งเป็นการก่อสร้างที่เร็วกว่าทั้งที่พื้นที่การก่อสร้างอาคารมีมากกว่าคือพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 405 ตรม. ส่วนพื้นที่ก่อสร้างของบ้านโครงสร้างเหล็กรูปพรรณเสาและคานมี 268 ตรม. ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบโครงสร้างเหล็กรูปพรรณเสาและคาน 2,659,007 บาท (10,000 บาท/ตรม.) ส่วนระบบโครงคร่าวเหล็กมีค่าก่อสร้าง 3,285,000 บาท (แยกเป็น 2 ส่วน คือค่าก่อสร้างบ้าน 9,000 บาท/ตรม. และโรงรถ 5,000 บาท/ตรม.) ซึ่งได้ข้อได้เปรียบที่สุดของการก่อสร้างด้วยระบบโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี คือเรื่องของความรวดเร็วในการก่อสร้าง ความเป็นมาตรฐานของวัสดุ และเป็นระบบการก่อสร้างแบบแห้ง (Dry construction) ข้อเสียเปรียบที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ปัญหาด้านราคาวัสดุที่แพง การขาดช่างที่มีทักษะหรือความชำนาญทั้งในงานติดตั้งโครงสร้างและงานทำรอยต่อวัสดุแผ่นผนัง อีกทั้งปัญหาการยอมรับจากผู้บริโภค ระบบโครงสร้างเหล็กรูปพรรณเสาและคานรับน้ำหนัก มีความเหมาะสมสำหรับการก่อสร้างในประเทศไทย และมีศักยภาพที่จะพัฒนาผลักดัน ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้ง่ายกว่าการก่อสร้างด้วยระบบโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี เนื่องจากเป็นระบบที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รับได้ ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดสำหรับการก่อสร้างด้วยระบบโครงสร้างเสาและคานรับน้ำหนัก คือเรื่องของระยะเวลาในการก่อสร้างที่รวดเร็วโดยเฉพาะในส่วนของงานโครงสร้าง ข้อเสียเปรียบคือค่าวัสดุโครงสร้างและค่าแรงงานช่างที่มีฝีมือค่อนข้างสูง และการก่อสร้างยังอิงอยู่กับระบบดั่งเดิมอยู่มากทำให้ไม่สามารถใช้ศักยภาพของโครงสร้างเหล็กได้เต็มที่ แต่ทั้งนี้มองว่าหากมีการพัฒนาการก่อสร้างให้เป็นระบบโครงสร้างเหล็กที่สมบูรณ์เต็มรูปแบบ (Dry Construction) ก็จะทำให้การนำโครงสร้างเหล็กมาใช้ในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยเป็นระบบโครงสร้างทางเลือก ที่สามารถแข่งขันกับระบบอื่นๆ ได้ในที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริชัย ศิลปรัศมี . (2549). โครงสร้างเหล็ก สำหรับบ้านพักอาศัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริชัย ศิลปรัศมี . 2549. "โครงสร้างเหล็ก สำหรับบ้านพักอาศัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริชัย ศิลปรัศมี . "โครงสร้างเหล็ก สำหรับบ้านพักอาศัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. ศิริชัย ศิลปรัศมี . โครงสร้างเหล็ก สำหรับบ้านพักอาศัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
