ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ปกรณ์ เมธรุจภานนท์
คำค้น : หลอดเลือดแดง -- โรค , หลอดเลือดเอออร์ตา -- ศัลยกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุพจน์ ศรีมหาโชตะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13189
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย : โรคหลอดเลือดแดงเอออร์ต้าเป็นโรคที่พบร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้บ่อย ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงเอออร์ต้า มาเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยเหล่านี้มักส่งปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจเพื่อฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเกือบทุกราย แต่ไม่เคยมีการศึกษาอุบัติการณ์ และปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบของผู้ป่วยกลุ่มนี้ในประเทศไทย วิธีการ : การศึกษานี้ทำในคนไข้ที่จะผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงเอออร์ต้าทั้งสิ้น 289 คนซึ่งเป็นการศึกษาย้อนหลังที่ทำในปี 2545-2549 จำนวน 227 คน ร่วมกับการศึกษาแบบไปข้างหน้าในปี 2550 จำนวน 62 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจทั้งสิ้น 126 คน (83 คนในปี 2545-2549 และ 43 คนในปี 2550) โดยได้เก็บข้อมูลจากประวัติผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และการสัมภาษณ์คนไข้ และญาติของผู้ป่วยในกลุ่มนี้ และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ ที่ได้รับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดหลอดเลือดแดงเอออร์ต้า ผลการศึกษา : ผู้ป่วยที่เข้ารับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจแล้วพบความผิดปกติ 47 ราย(37%) โดย 34 รายในปี 2545-2549 และ 13 ราย ในปี 2550 จากผู้ป่วย 126 คนที่เข้ารับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงเอออร์ต้า จากการวิเคราะห์แบบลำดับขั้น (multivariate analysis) พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจแล้ว พบความผิดปกติก่อนการผ่าตัดหลอดเลือดแดงเอออร์ต้ามีเพียง 2 ปัจจัยคือ โรคหลอดเลือดแดงโป่งพองระดับช่องท้อง (abdominal aortic aneurysm) (OR = 4.14, 95% CI = 1.89-9.08) และภาวะหัวใจวายที่ระดับมากกว่าหรือเท่ากับระดับ 2 (NYHA class ii) (OR = 2.67, 95% CI = 1.2-5.9) ไม่พบภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดหลอดเลือดแดงเอออร์ต้าที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ อัตราตายในกลุ่มที่ได้รับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ 12% (15/126 คน) มี 9% ที่ไม่พบความผิดปกติจากผลการฉีดสี และ 3% ที่พบความผิดปกติจากการฉีดสี บทสรุป : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้กลุ่มนี้ใกล้เคียงกับการศึกษาก่อนหน้านี้ และมีเพียง 2 ปัจจัยนั้นที่มีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าในกรณีที่ผู้ป่วยมีความสามารถออกกำลังกายได้ปกติ และไม่เป็นโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองระดับช่องท้อง อาจไม่จำเป็นต้องฉีดสีหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดทุกราย แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อเนื่องที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นต่อไป ถึงจะสรุปผลได้อย่างชัดเชน

บรรณานุกรม :
ปกรณ์ เมธรุจภานนท์ . (2550). การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปกรณ์ เมธรุจภานนท์ . 2550. "การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปกรณ์ เมธรุจภานนท์ . "การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ปกรณ์ เมธรุจภานนท์ . การสวนหลอดเลือดหัวใจก่อนการผ่าตัดโรคหลอดเลือดเอออร์ต้า : ความชุกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในคนไข้ที่ได้รับการสวนเส้นเลือดหัวใจของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.