ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
นักวิจัย : กรวิชญ์ สุขลิ้ม
คำค้น : ไต -- โรค , กล้ามเนื้อหัวใจตาย , พยากรณ์โรค
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุพจน์ ศรีมหาโชตะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745329258 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6910
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

ที่มาของงานวิจัย : การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การทำงานของไตมีความสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรค ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แต่ในปัจจุบันข้อมูลยังไม่ชัดเจนและ ยังไม่มีรายงานในประชากรไทย วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างระดับการทำงานของไตเมื่อแรกรับในโรงพยาบาล (estimated glomerular filtration rate [eGFR]) กับอัตราตาย (mortality rate ) และ cardiovascular complication เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีการทำงานของไตอยู่ในเกณฑ์ปกติ วิธีการดำเนินการ : ข้อมูลผู้ป่วยจากโครงการทะเบียนผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute coronary syndrome) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2545 ถึงเดือน ตุลาคม 2547 นำมาวิเคราะห์ถึงอัตราการตาย, ภาวะแทรกซ้อน และหาปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยแบ่งตามระดับการทำงานของไต ผลการศึกษา : จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 1816 ราย เป็นเพศชายคิดเป็น 59.4% อายุเฉลี่ย 65 ปี อัตราตายในโรงพยาบาล และ ที่ 1 ปีของการติดตาม เท่ากับร้อยละ 13.5 และ 22.5 ตามลำดับ เมื่อแบ่งระดับการทำงานของไต โดยใช้ค่า eGFR ออกเป็น 3 ระดับ คือ เสื่อมรุนแรง (eGFR น้อยกว่า 30 ml/min/1.73 sq.m., เสื่อมปานกลาง (eGFR 30-60 ml/min/1.73 sq.m.) และ ปกติหรือเสื่อมเล็กน้อย (eGFR มากกว่า 60 ml/min/1.73 sq.m.) จะพบว่าโอกาสเสียชีวิตในโรงพยาบาล และที่ 1 ปีของการติดตาม เพิ่มขึ้นตามระดับ eGFR ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ Adjusted hazard ratio ต่อการเสียชีวิตที่ 1 ปีของการติดตาม ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีค่า eGFR น้อยกว่า 30 ml/min/1.73 sq.m. และ 30-60 ml/min/1.73 sq.m., เท่ากับ 1.66 (95% CI 1.22-2.23) และ 1.91 (95% CI 1.34-2.72) ตามลำดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่า eGFR มากกว่า 60 ml/min/1.73 sq.m. จาก sub group analysis พบว่า eGFR สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตในโรงพยาบาลได้ในกลุ่มที่เป็น ST elevation myocardial infarction (STEM) เท่านั้น แต่ที่ 1 ปีของการติดตาม eGFR สามารถพยากรณ์การเสียชีวิตได้ทั้งกลุ่ม unstable angina with ST-T change (UA), non ST elevation myocardial infarction และ STEMI ยกเว้นในกลุ่ม UA ที่มี eGFR 30-60 ml/min/1.73 sq.m. สรุป : การศึกษานี้พบว่าระดับการทำงานของไต โดยใช้ค่า eGFR ในขณะที่ผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute coronary syndrome) มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับการพยากรณ์โรค ทั้งในแง่ อัตราตาย (in-hospital mortality และ 1-year mortality) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มีการทำงานของไตเสื่อม ตั้งแต่ระดับเสื่อมปานกลางถึงรุนแรง เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิตและมีภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น

บรรณานุกรม :
กรวิชญ์ สุขลิ้ม . (2548). ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรวิชญ์ สุขลิ้ม . 2548. "ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรวิชญ์ สุขลิ้ม . "ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
กรวิชญ์ สุขลิ้ม . ภาวะการทำงานของไตกับการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.