ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ
นักวิจัย : กุลวุฒิ จิณวุฒิ
คำค้น : แสงด้านบน , กระจก , การควบแน่น , ความร้อน -- การถ่ายเท , สถาปัตยกรรมกับการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ , การปรับอากาศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุนทร บุญญาธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13056
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ปัจจุบันการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารพักอาศัยโดยผ่านทางช่องกระจกด้านบนหรือที่เรียกกันว่า Skylight ได้ถูกนำมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมมากขึ้น เพื่อสนองประโยชน์ใช้สอย ความต้องการทางด้านสุนทรียภาพ และสร้างสภาวะน่าสบาย (Comfort Zone) วัสดุกระจกถูกนำมาใช้เพราะมีความทนทานต่อสภาวะอากาศที่ร้อน เย็น เปียกชื้น อีกทั้งมีคุณสมบัติของค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวที่น้อย แต่ปัญหาการที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือ สภาวะการเกิดหยดน้ำควบแน่นบนผิวกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดคราบสกปรกที่ยากต่อการดูแลรักษาทำความสะอาด การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบในการเกิดการควบแน่นและค่าการถ่ายเทความร้อนของกระจกชนิดต่างๆ เพื่อค้นหาเทคนิควิธีสำหรับการป้องกันปัญหาการควบแน่นที่ผิวกระจก ขั้นตอนการวิจัยทำการสร้างกล่องทดลองสำหรับกระจกช่องแสงด้านบน และจำลองสภาพการใช้งานจริง เพื่อเปรียบเทียบอัตราการถ่ายเทความร้อน และค่าความเป็นฉนวน โดยกระจกที่นำมาทดลองเปรียบเทียบมี 4 ชนิด ได้แก่ (1) กระจกใสนิรภัยเทมเปอร์ ความหนา 6 มม. (2) กระจกนิรภัยลามิเนต ความหนา 8.38 มม. (3) กระจกฉนวนกันความร้อนช่องว่างอากาศ 1 ชั้น ความหนา 24 มม. (4) กระจกฉนวนกันความร้อนช่องว่างอากาศ 2 ชั้น ความหนา 41 มม. ซึ่งกระจกแต่ละชนิดมีขนาด 50X50 ซม. การทดลองได้ ทำการตรวจวัดผลจากสภาพจริง และทำการควบคุมอุณหภูมิอากาศภายในกล่องทดลองที่ 25 องศาเซลเซียส ผลการวิเคราะห์พบว่ากระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนสูง (U-Value) มีคุณสมบัติความเป็นฉนวนต่ำจะทำให้อุณหภูมิผิวกระจกภายนอกใกล้เคียงกับอุณหภูมิอากาศภายนอก แตกต่างกับกระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำ จะมีคุณสมบัติความฉนวนสูงในช่วงเวลากลางคืนอุณหภูมิผิวกระจกจะต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศ ทำให้มีโอกาสเกิดการควบแน่นที่ผิวกระจกด้านนอกสูง ผลการเปรียบเทียบกระจกทดลองทั้ง 4 ชนิด พบว่ากระจกใสนิรภัยเทมเปอร์ ความหนา 6 มม. ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนสูงมีคุณสมบัติสูงสุดที่ลดการเกิดการควบแน่นที่ผิวกระจก ผลสรุปเทคนิคการลดปัญหาการควบแน่นที่ผิวกระจกสำหรับช่องแสงด้านบน โดยเปลี่ยนการติดตั้งกระจกที่มุม 0, 15, 30 องศา พบว่ากระจกติดตั้งโดยทำมุม 30 องศากับระนาบนอน กระจกทดลองเกิดการควบแน่นที่ผิวกระจก เนื่องจากการเปลี่ยนมุมการติดตั้งช่วยลดอิทธิพลการแผ่รังสีจากท้องฟ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออุณหภูมิผิว ดังนั้นการเปลี่ยนมุมการติดตั้งจึงน่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ออกแบบ ที่ควรนำไปใช้สำหรับการออกแบบเพื่อลดปัญหาการควบแน่นที่ผิวกระจก

บรรณานุกรม :
กุลวุฒิ จิณวุฒิ . (2551). การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กุลวุฒิ จิณวุฒิ . 2551. "การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กุลวุฒิ จิณวุฒิ . "การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
กุลวุฒิ จิณวุฒิ . การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิควิธีป้องกันปัญหาการควบแน่นบริเวณผิวกระจกช่องแสงด้านบน สำหรับอาคารพักอาศัยปรับอากาศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.