| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางในการสร้างแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานในอาคารพักอาศัย |
| นักวิจัย | : | อุษณีย์ มิ่งวิมล |
| คำค้น | : | สถาปัตยกรรมกับการอนุรักษ์พลังงาน , ที่อยู่อาศัย -- การใช้พลังงาน , การอนุรักษ์พลังงาน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุนทร บุญญาธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746389009 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12814 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 ศึกษาหาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการใช้พลังงานในอาคารพักอาศัย จากนั้นจึงนำไปสร้างเป็นดัชนีสำหรับประเมินค่าการประหยัดพลังงาน ในอาคารพักอาศัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยบ่งชี้ถึงศักยภาพในการประหยัดพลังงาน ขั้นตอนในการวิจัยประกอบด้วย การศึกษารวบรวมข้อมูลการออกแบบสถาปัตยกรรม เพื่อการประหยัดพลังงานที่เหมาะสมกับภูมิภาคแบบร้อนชื้นของประเทศไทย การสำรวจและวิเคราะห์การใช้พลังงานของอาคารพักอาศัย โดยใช้บ้านทั่วไปเป็นกรณีศึกษา การวิเคราะห์การใช้พลังงานของอาคารหลายหลัง ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้สภาวะภายในอาคารอยู่ในเขตสบาย (comfort zone) เหมือนกันเพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันได้ การวิจัยนี้จึงได้จำแนกหมวดหมู่ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อ การใช้พลังงานในอาคารพักอาศัยออกเป็น 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบของตัวแปรที่สร้างภาระการทำความเย็นในระบบปรับอากาศ องค์ประกอบของตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในระบบแสงสว่าง และองค์ประกอบของตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ของอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จากการวิเคราะห์การใช้พลังงานของบ้านที่ออกแบบโดย รศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านที่มีศักยภาพในการประหยัดพลังงาน พบว่ามีสัดส่วนการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศประมาณร้อยละ 75 การใช้พลังงานในระบบแสงสว่างประมาณร้อยละ 10 และการใช้พลังงานในอุปกรณ์ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 15 ขั้นตอนต่อมาวิเคราะห์ค่าน้ำหนักของตัวแปร ที่มีอิทธิพลต่อการใช้พลังงาน โดยวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผสมผสานกับ การศึกษางานวิจัยหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาผสมผสานกัน เพื่อให้ได้ค่าน้ำหนักของตัวแปรสำหรับนำไปสร้างเป็นดัชนี ในแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงาน ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า องค์ประกอบของตัวแปรที่มีอิทธิพล ต่อการใช้พลังงานในอาคารพักอาศัยมากที่สุด คือองค์ประกอบที่ทำให้เกิดภาระการทำความเย็น (Cooling Load) ของอาคาร ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มประกอบด้วยตัวแปรของระบบเปลือกอาคาร ตัวแปรของรูปทรงของอาคาร การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และสภาพแวดล้อมบริเวณที่ตั้งอาคาร ตามลำดับ จากการทดสอบการใช้แบบประเมินที่สร้างขึ้น เพื่อทดลองประเมินศักยภาพในการประหยัดพลังงานของอาคาร โดยเลือกแบบบ้านที่ใช้ระบบก่อสร้างทั่วไป บ้านประหยัดพลังงานและบ้านไทยมาเป็นกรณีศึกษา ผลการทดสอบพบว่า บ้านที่ใช้ระบบก่อสร้างทั่วไปได้คะแนนจากการประเมิน 38.1 คะแนน จัดเป็นอาคารพักอาศัยที่มีศักยภาพในการประหยัดพลังงานระดับ 2 ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำ บ้านประหยัดพลังงานได้คะแนนจากการประเมิน 90.7 คะแนน จัดเป็นอาคารพักอาศัยที่มีศักยภาพในการประหยัดพลังงานระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุด ส่วนบ้านไทยได้คะแนนจากการประเมิน 33.8 คะแนน จัดเป็นอาคารพักอาศัยที่มีศักยภาพในการประหยัดพลังงานระดับ 2 เช่นเดียวกันกับบ้านที่ใช้ระบบก่อสร้างทัวไปแต่มีคะแนนน้อยกว่า ผลที่ได้จากการทดสอบดัชนีที่สร้างขึ้นพบว่า สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินศักยภาพการประหยัดพลังงานของอาคารพักอาศัยได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อน แบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานของอาคารพักอาศัยที่เป็นผลจากการศึกษามีความเหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการประเมินอาคารพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในอนาคตถ้ามีเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงานที่ดียิ่งขึ้น อาจจะมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้งานจริง |
| บรรณานุกรม | : |
อุษณีย์ มิ่งวิมล . (2540). แนวทางในการสร้างแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานในอาคารพักอาศัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุษณีย์ มิ่งวิมล . 2540. "แนวทางในการสร้างแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานในอาคารพักอาศัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุษณีย์ มิ่งวิมล . "แนวทางในการสร้างแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานในอาคารพักอาศัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. อุษณีย์ มิ่งวิมล . แนวทางในการสร้างแบบประเมินค่าการประหยัดพลังงานในอาคารพักอาศัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
