| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร |
| นักวิจัย | : | ศาศวัต ภูริภัสสรกุล |
| คำค้น | : | สัญญาก่อสร้าง , ค่าปรับ , การก่อสร้าง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิศณุ ทรัพย์สมพล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12759 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคที่ล่าช้ากว่ากำหนด นอกจากส่งผลกระทบต่อเจ้าของงานแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ถนนเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันถ้าผู้รับจ้างดำเนินงานก่อสร้างแล้วเสร็จล่าช้ากว่าสัญญา โดยส่วนใหญ่ต้องเสียค่าปรับซึ่งกำหนดเป็นอัตราตายตัว ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีการเริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ทำให้อัตราค่าปรับที่กำหนดใช้ ไม่สะท้อนถึงความสูญเสียที่แท้จริงจากความล่าช้าของโครงการ การศึกษานี้วิเคราะห์ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเจ้าของงาน และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้ถนน เพื่อนำไปเป็นเกณฑ์ในการกำหนดค่าปรับจากความล่าช้าในการก่อสร้าง โดยใช้ข้อมูลของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ การประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง และกรุงเทพมหานคร เป็นกรณีศึกษาจำนวน 8 โครงการ การประเมินความเสียหายของหน่วยงานจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ พารามิเตอร์ที่ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน เมื่อการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวงมีวิธีการคิดที่คล้ายกัน โดยประเมินจากรายได้ที่ต้องเสียไปจากการขายไฟฟ้าหรือน้ำประปา หักด้วยค่าดำเนินการ ค่าซ่อมแซมและค่าบริหารจัดการรวมถึงภาระในการจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่วนกรุงเทพมหานครไม่มีรายได้จากการดำเนินงาน จึงประเมินจากภาระในการจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และผลประโยชน์ที่ประชาชนต้องเสียไปจากการใช้ประโยชน์ในโครงการก่อสร้าง ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างของ 3 หน่วยงานมักส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ถนน ซึ่งการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้ถนน พิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการใช้รถ (Vehicle operating costs) และความสูญเสียด้านเวลาในการเดินทางของผู้ใช้รถ (Driver delay costs) ที่เพิ่มขึ้นจากการลดลงของความเร็วก่อนการก่อสร้าง และระหว่างการก่อสร้างโครงการ โดยปัจจัยที่มีผลทำให้ความเร็วเปลี่ยนแปลง คือ ปริมาณการจราจร จำนวนช่องทางจราจร ความกว้างช่องทางจราจร ชนิดของเกาะกลางถนน ระยะจากขอบถนนถึงไหล่ทาง และระยะจากขอบถนนถึงเกาะกลางถนนที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพถนนเดิม ผลการศึกษา พบว่ามูลค่าของค่าปรับที่คำนวณจากแบบจำลองมีค่าอยู่ในช่วง 0.018%-0.441% ของมูลค่าโครงการมีจำนวน 5 โครงการที่ค่าความเสียหายที่ได้จากแบบจำลองต่ำกว่าค่าปรับ ที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อสร้างและ 3 โครงการที่ค่าความเสียหายมากกว่าค่าปรับที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน สาเหตุที่ค่าปรับจากแบบจำลองมีค่าต่ำกว่า เพราะไม่ได้พิจารณาครอบคลุมทุกพารามิเตอร์ ได้แก่ การประหยัดได้ของค่าใช้จ่ายของยานพาหนะ และเวลาในการเดินทางของผู้ใช้ถนนในการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกและการซ่อมแซมผิวการจราจร ความพึงพอใจจากการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาเนื่องจากไม่มีการจัดเก็บข้อมูล และโครงการก่อสร้างดังกล่าวมักก่อสร้างเฉพาะเวลากลางคืนทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีมูลค่าต่ำกว่าการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ถนนตลอดวัน ค่าความเสียหายส่วนใหญ่จะมีผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้ถนนในระหว่างการก่อสร้างและประโยชน์ที่ประชาชนต้องสูญเสียไปจากความล่าช้าของการก่อสร้าง แม้ว่าค่าความเสียหายที่คำนวณได้จากแบบจำลองจะแตกต่างจากค่าปรับที่กำหนดไว้ แต่ประโยชน์ของการศึกษานี้ทำให้สามารถทราบแนวทางในการประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร เพื่อให้สามารถนำไปกำหนดค่าปรับที่เหมาะสมของแต่ละโครงการได้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง |
| บรรณานุกรม | : |
ศาศวัต ภูริภัสสรกุล . (2542). การประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศาศวัต ภูริภัสสรกุล . 2542. "การประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศาศวัต ภูริภัสสรกุล . "การประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. ศาศวัต ภูริภัสสรกุล . การประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ที่ส่งผลกระทบต่อผิวจราจร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
