ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
นักวิจัย : พงษ์สุดา ผ่องธัญญา , Pongsuda Pongtanya
คำค้น : Biochemistry , Biofertilizers , Biological sciences , Biology and biochemistry , BT-B-02-WM-BC-4801 , Fermentation , Refuse and refuse disposal , การหมัก , ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา , เครื่องแปรรูปเศษอาหาร , โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2953
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่ง ชาติ และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในพระราชดำรีในสมเด็จพระเทพพระรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ชื่อโครงการวิจัยการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยน้ำโดยวิธีทาง ชีวภาพ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะศึกษาถึงสภาวะและปัจจัยที่เหมาะสมต่อการหมักย่อย สลายเศษอาหารและออกแบบเครื่องแปรรูปเศษอาหารต้นแบบให้มีความเหมาะสมและนำไป ใช้งานได้จริง จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า การเตรียมเศษอาหารและสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการหมักและย่อยสลายเศษอาหารคือ การเติมปูนขาว 0.2-0.4% (w/w) เพื่อปรับสภาพ pH และเติมต้นเชื้อ Aspergillus oryzae OzyKat-1? ประมาณ 105 spore/gเศษอาหาร เพื่อช่วยย่อยสลายเศษอาหารในอุณหภูมิห้อง ข้อมูลและสภาวะที่ได้นี้ถูกนำมาใช้ออกแบบเครื่องแปรรูปเศษอาหารต้นแบบ ทำงานโดยอาศัยเศษอาหารใหม่เคลื่อนที่แทนเศษอาหารที่ย่อยสลาย ประกอบกับการทำงานทางชีวภาพของเชื้อจุลินทรีย์ต้นเชื้อ แบคทีเรียแลคติคและยีสต์เป็นหลัก มีความจุรวม 145 ลิตร ทำจากวัสดุโลหะสเตนเลสแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ในส่วนที่ 1 ถึง 3 จะมีใบพัดกวนสแตนเลสกันสนิมที่ควบคุมความเร็วได้ ส่วนที่ 4 นั้น เป็นส่วนสำหรับเก็บพักเศษอาหารหลังจากการย่อยสลายได้วันละประมาณ 40 ลิตร ซึ่งถูกนำไปประยุกต์ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จากการศึกษาคุณสมบัติและความเหมาะสมในการนำมาใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรมโดยการ วัดค่า N, P และ K ซี่งเป็นธาตุอาหารหลักของพืชในปุ๋ยอินทรีย์น้ำพบว่ามีค่า N (คำนวณเป็น N), P (คำนวณเป็น P2O5), และ K (คำนวณเป็น K2O) เท่ากับ 0.4, 0.1 และ 0.07% ตามลำดับ และเมื่อนำปุ๋ยอินทรีย์น้ำมาทดสอบการใช้จริงโดยนำมาเจือจางด้วยน้ำประปา 500 เท่า แล้วนำมารดต้นผักกวางตุ้งวันละ 100 ml เป็นประจำทุกวัน เปรียบเทียบกับการรดด้วยน้ำเปล่าและน้ำปุ๋ยยูเรีย 1% (w/v) ปริมาณ 100 ml ทุกๆ 7 วัน พบว่าต้นผักกวางตุ้งที่รดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำเจริญเติบโตได้ดีกว่าต้นผัก กวางตุ้งที่รดด้วยปุ๋ยยูเรียและน้ำเปล่า โดยมีน้ำหนักแห้งสูงกว่าถึง 2.7 และ 1.3 เท่า

บรรณานุกรม :
พงษ์สุดา ผ่องธัญญา , Pongsuda Pongtanya . (2548). โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
พงษ์สุดา ผ่องธัญญา , Pongsuda Pongtanya . 2548. "โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
พงษ์สุดา ผ่องธัญญา , Pongsuda Pongtanya . "โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2548. Print.
พงษ์สุดา ผ่องธัญญา , Pongsuda Pongtanya . โครงการพัฒนาเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำโดยวิธีทางชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2548.