ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ
นักวิจัย : อรอนงค์ นัยวิกุล , Onanong Naivikul
คำค้น : Biological sciences , Food , MZ FD 42 019 , Nutrition , Snack foods , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2869
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ทำการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบกรอบ พอง และแบบแผ่นกรอบ (บิสกิต) ผลปรากฏดังนี้ การทดลองผลิตอาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพแบบกรอบพองได้สูตรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ประกอบด้วยข้าวโพดเกล็ด 70.0 % โปรตีนถั่วเหลืองสกัด 10.5 % แป้งถั่วเหลืองไขมันเต็ม 4.0 % และรำข้าวไขมันเต็ม (ผ่านการทำลายของเอนไซม์) 10.0 % ปรุงรสบาร์บิคิว เสริมวิตามิน และไอโอดีน เป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภค (120 คน) ในระดับ 7 คือ ชอบปานกลาง (9-คะแนนความชอบ) เนื่องจากเป็นสูตรที่มีคุณสมบัติทางกายภาพ และคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสดี รวมทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางอาหารดีกว่าอาหารขบเคี้ยวทั่วไป ผลิตภัณฑ์จากสูตรดังกล่าวมีค่าอัตราการพองตัว 2.88 ความหนาแน่น 0.16 กรัม/ซม3 มีความแข็ง 73.96 นิวตัน และความกรอบ (Df) 1.23 ผู้บริโภคจะได้คุณค่าทางอาหารจากผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพกลิ่นรส บาร์บิคิวสูงกว่าผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวปกติ ดังนี้ คือ ปริมาณความชื้น 2 % โปรตีน 15.8 %ไขมัน 14 % คาร์โบไฮเดรต 62 % เส้นใยหยาบ 2 % เส้นใยอาหาร 5.9 % และเถ้า 4.5 % เมื่อคิดคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์นี้ต่อหนึ่งหน่วยรับประทาน (30 กรัม) มีปริมาณโปรตีน 9.46 % ของ RDI เส้นใยอาหาร 7.03 % ของ RDI วิตามินบี 1 278.67 % ของ RDI วิตามินบี 2 188.82 % ของ RDI (Recommend Daily Intake) และไอโอดีน 31.4 % ของ RDI สำหรับการทดสอบอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ในถุง 2 ชนิด ทั้งชนิดบาง และชนิดหนา (ถุงพลาสติกแบบเคลือบอะลูมิเนียมฟอยล์ ที่เรียกว่า Metalized Pet ซึ่งประกอบด้วย OPP 20/PE 18/MPET 12/PE 23) โดยเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (35oซ, 45oซ และ 55oซ) และเวลาภายใน 8 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าอุณหภูมิสูง (55oซ) มีผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพ เนื้อสัมผัส และการยอมรับของผู้ชิมมากกว่าที่อุณหภูมิต่ำกว่า 2 อุณหภูมิที่ทดสอบ โดยภาชนะบรรจุชนิดบางเก็บที่อุณหภูมิ 35 oซ จะเหมาะสมที่สุดในการเก็บรักษาได้ไม่ต่ำกว่า 8 สัปดาห์ ซึ่งในสัปดาห์ที่ 8 จะมีความชื้น (จาก 3.72 เป็น 4.87 %) และวอเตอร์แอกทิวิตี (จาก 0.25 เป็น 0.32) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ปริมาณกรดไทโอบาร์บิทูริกเพิ่มขึ้น (จาก 0.20 เป็น 3.24 มิลลิกรัม/1000 กรัม) ความแข็งไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 95 % (84.52-90.65 นิวตัน) ความกรอบลดลงเล็กน้อย (จาก Df 1.24 เป็น 1.13) และผู้บริโภคยังยอมรับผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ถึงสัปดาห์ที่ 8 อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (8-9 คะแนน) เมื่อประมาณการต้นทุนจากวัตถุดิบต่อหน่วยรับประทาน (30 กรัม) คือ 2.19 บาท/ถุง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผลิตเป็นการค้าได้ สูตรบิสกิตที่พัฒนาได้ประกอบด้วยโปรตีนถั่วเหลืองสกัด 13.95 % และรำข้าวไขมันเต็ม 9.30 %และมีส่วนประกอบอื่นๆ คือ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 45.86 % เนยสด 10.23 % เนยขาว 10.23 % โซเดียมไบคาร์บอเนต 0.65 % สาหร่ายทะเล 0.47 % แกนสับปะรด 0.93 % เกลือ 0.47 % เซลลูโลสผง (VITACEL?) 0 .93 % และเติมกลิ่นรสชีส 6.98 % ของส่วนผสมทั้งหมดต่อน้ำในอัตรา 1 : 0.35 มีค่าคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบปานกลาง มีค่าความแข็งเท่ากับ 21.5 นิวตัน ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของบิสกิต คือ ความชื้น 3 % โปรตีน 20.9 % ไขมัน 25 % คาร์โบไฮเดรต 44 % เส้นใยหยาบ 2 % เส้นใยอาหาร 6.8 % และเถ้า 4 % บิสกิตที่พัฒนาได้ต่อหนึ่งหน่วยรับประทาน (30 กรัม) ให้โปรตีน 12.5 % ของ RDI เส้นใยอาหาร 8.2 % ของ RDI วิตามินบีหนึ่ง 3.0 % ของ RDI และวิตามินบีสอง 6.9 % ของ RDI และให้ไอโอดีน 212 % ของ RDI การทดสอบอายุการเก็บรักษาโดยใช้ภาชนะบรรจุแบบอะลูมิเนียมฟอยล์ลามิเนตด้วย พลาสติก OPP 20/PE 18/MPET 12/PE 23 โดยเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (35oซ, 45oซ และ 55oซ) และเวลาในการเก็บรักษา (8 สัปดาห์) ผลปรากฏว่าที่อุณหภูมิ 55 oซ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และการยอมรับของผู้บริโภคมากกว่าที่อีก 2 อุณหภูมิในการทดลอง โดยผลิตภัณฑ์จะมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น, กลิ่นเหม็นหืนมากขึ้น (จาก 2.66 เป็น 7.64 TBA), ความชื้นเพิ่มขึ้น (จาก 4.66 เป็น 9.36 %),วอเตอร์แอกทิวิตีสูงขึ้น (จาก 0.33 เป็น 0.65), ความแข็งลดลง และมีกลิ่นหืนตกค้างเพิ่มขึ้น เมื่อทำนายอายุการเก็บรักษาด้วย Q10 พบว่าอาจจะเก็บผลิตภัณฑ์ในภาชนะบรรจุนี้ที่อุณหภูมิห้อง (35 oซ) ได้เป็นเวลา 32 สัปดาห์ เมื่อประมาณการต้นทุนจากวัตถุดิบต่อหน่วยรับประทาน (30 กรัม) คือ 4 บาท/10 ชิ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผลิตเป็นการค้าได้

บรรณานุกรม :
อรอนงค์ นัยวิกุล , Onanong Naivikul . (2543). อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อรอนงค์ นัยวิกุล , Onanong Naivikul . 2543. "อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อรอนงค์ นัยวิกุล , Onanong Naivikul . "อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print.
อรอนงค์ นัยวิกุล , Onanong Naivikul . อาหารขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.