| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรมทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็กและแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง |
| นักวิจัย | : | ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล , Duangrudee Watanasirichigoon |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-01-MG-14-4815 , Clinical medicine , Medical genetics , Mitochondrial DNA , Potassium channels , คอนเนกซิน 26 , คอนเนกซิน 30 , คอนเนกซิน 31 , ประสาทหูพิการ , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , หูหนวก , เพนดริน , ไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2251 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรม ทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็ก และแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง ที่มา ภาวะสูญเสียการได้ยินเป็นภาวะที่พบบ่อย อุบัติการณ์ในทารกแรกเกิดไทยคือ 1.6 ใน 1,000 ยีนที่พบว่าเป็นสาเหตุที่สำคัญที่พบบ่อยที่สุดของหูหนวกชนิดเส้นประสาทพิการ คือ Connexin (Cx) 26 พบว่า จากข้อมูลก่อนหน้านี้ของคณะผู้วิจัยชุดนี้พบว่าชนิดของการกลายพันธุ์ของ Cx26 ของคนไทย ต่างไปจากตะวันตกและญี่ปุ่น มีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ตรวจไม่พบการกลายพันธุ์ของยีน Cx26 และไม่ทราบสาเหตุ ในผู้ป่วยเหล่านั้นมีหลายครอบครัวที่มีผู้ป่วยที่มากว่า 1 คน จึงทำให้เชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุจากพันธุกรรม นอกจากนี้พบผู้ป่วยกว่าร้อยละ 15 เป็น V37I-heterozygous ใกล้เคียงกับประชากรทั่วไป ซึ่งทำให้ไม่ทราบความสำคัญที่แท้จริงของการพบ V37I-heterozygous ในผู้ป่วยในการศึกษานี้จึงได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายยีน วัตถุประสงค์ 1) หาความชุกที่แท้จริงและชนิดของการกลายพันธุ์ของยีน Cx26 ในผู้ป่วยหูหนวกชนิดเส้นประสาทหูพิการที่ไม่มีความผิดปกติของระบบอื่น (NSSD) และความสำคัญทางคลินิกกรณีตรวจพบการกลายพันธุ์ V37I-heterozygous ในกลุ่มผู้ป่วย 2) ศึกษายีน Connexin 30, 31,mitochondrial gene mt12SrRNA ทั้งหมดรวมทั้ง mtA1555G และ mtC1494T, potassium channel gene, KCNK6, และ Pendrin gene ว่ามีบทบาทในการก่อหูหนวกในผู้ป่วยไทยหรือไม่อย่างไร ผู้ป่วยและวิธีการศึกษา รวบรวมผู้ป่วยประสาทหูพิการกำเนิดชนิดรายใหม่จำนวน 100 ราย และทำการศึกษายีน Cx26 ในผู้ป่วยใหม่ทุกราย นำข้อมูลไปรวมกับข้อมูลเดิมเพื่อการวิเคราะห์รวมทั้งหมดเป็น 226 ราย และทำการวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนเพิ่มอีก 5 ยีน ที่ยังไม่เคยวิเคราะห์มาก่อน โดยวิธี PCR-sequencing, gap PCR, และหรือ microsatelite analysis ผลการศึกษา มีผู้ป่วยเข้าร่วมในการศึกษา 226 ราย จากทั้งหมด 216 ครอบครัว เป็นเพศชาย 101 ราย หญิง 125 ราย (ชาย:หญิง 0.81:1) มีประวัติประสาทหูพิการในครอบครัวจำนวน 205 ราย และเพิ่งเป็นรายแรกในครอบครัว 21 ราย การสูญเสียการได้ยินเป็นแบบรุนแรงถึงรุนแรงมาก (severe-to-profound) จำนวน 199 คนคิดเป็นร้อยละ 88 ของผู้ป่วยทั้งหมด การกลายพันธุ์ของยีน Pendrin, Cx26, และ mtA1555G รวมกันเป็นสาเหตุในประมาณร้อยละ 31.4 ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยพบว่ายีน Pendrin เป็นสาเหตุในประมาณร้อยละ 18.6 รองลงมาคือยีน Cx 26 เป็นประมาณร้อยละ 12.8 และ mtA1555G เป็นสาเหตุในประมาณร้อยละ 1.3 นอกจากนี้พบว่า V37I-heterozygous ที่พบในผู้ป่วยเป็นเพียง coincidental finding ไม่ต่างไปจาก V37I ที่พบในกลุ่มประชากรทั่วไป ไม่พบยีนอื่นที่เป็นสาเหตุได้แก่ Cx30, Cx31, ส่วนอื่นของ mt12SrRNA gene, KCNK6 สรุปและวิจารณ์ Pendrin และ Connexin 26 เป็นสาเหตุสำคัญของ congenital/early onset nonsyndromic sensorineural hearing loss ในคนไทย ตามด้วย mtA1555G รวมกันเป็นสาเหตุในประมาณร้อยละ 33.6 (76/226) ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยยีนที่เป็นสาเหตุบ่อยที่สุด คือ Pendrin (18.6%) รองลงมาคือ connexin 26 (12.8%) และ mitochondrial A1555G (1.3%) หากมีประวัติครอบครัวมีเป็นมากกว่า 1 คน โอกาสตรวจพบว่ายีน pendrin, Cx26 หรือ mtA1555G เป็นสาเหตุ เป็นร้อยละ 61.9 หากเพิ่งเป็นคนแรกโอกาสตรวจพบสาเหตุเป็นร้อยละ 28.8 กรณีมีสาเหตุจาก pendrin หรือ Cx26 จะบ่งชี้ว่าเป็นประสาทหูพิการที่มีการถ่ายทอดโรคแบบยีนด้อย โอกาสที่ลูกคนต่อไปของพ่อแม่คู่เดิมจะมีประสาทหูพิการคือ 25% ในท้องถัดๆไป แม้ว่าผู้ป่วยรายนี้จะเป็นผู้ป่วยรายแรกในครอบครัวก็ตาม การทราบสาเหตุนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและครอบครัว ผู้วิจัยจึงเสนอแนวทางที่เหมาะสมในการตรวจยีนผู้ป่วยภาวะประสาทหูพิการแต่ กำเนิดในคนไทย ดังนี้ ขั้นที่ 1ตรวจยีน Cx26 และ mtA1555G เป็นสองยีนแรกแม้จะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยเป็นอันดับสองและสาม เนื่องจากยีนมีขนาดเล็กและสามารถตรวจได้ง่ายโดยวิธี allele-specific PCR ซึ่งออกแบบให้เพิ่มจำนวนดีเอ็นเอของยีน mtA1555G และยีน Cx26 ในปฏิกิริยาPCR เพียงหลอดเดียว ก็จะทราบว่ามี mtA1555G หรือไม่จากการดูบนวุ้นอะกาโรส หากไม่พบว่ามี mtA1555G ก็นำ PCR product ที่เหลือนั้นส่งวิเคราะห์ลำดับเบสของยีน Cx26ได้เลย เพียง 1 ครั้งก็จะทราบว่ามีการกลายพันธุ์ก่อโรคของ Cx26 หรือไม่ หากไม่พบการกลายพันธุ์ของ Cx26 และ mtA1555G จึงตามด้วยขั้นตอนต่อไปตามลำดับ ขั้นที่ 2 PCR-sequencing hot spot ของยีน Pendrin คนไทยในยีน ขั้นแรกได้แก่ exon 8, 6, 10 ซึ่ง ทั้ง 3 exons นี้จะคลอบคลุมร้อยละ 49 ของการกลายพันธุ์ในยีน Pendrin ที่พบในคนไทย (Pendrin gene มี 21 exons) และคลอบคลุมการกลายพันธุ์ 6 ชนิด หากไม่พบการกลายพันธุ์ให้เพิ่มการตรวจอีก 3 exons คือ ขั้นที่ 3 PCR-sequencing exon 14, 19, 3 ของ pendrin gene ซึ่งจะเพิ่มความคลอบคลุมเป็นร้อยละ 77 หากไม่พบการกลายพันธุ์ ให้เพิ่มการตรวจอีก 2 exons คือ ขั้นที่ 4 PCR-sequencing exon 2, 4 ซึ่งจะเพิ่มความคลอบคลุมเป็นร้อยละ 86 การตรวจยีนตามลำดับขั้นดังกล่าวจะช่วยให้มีโอกาสตรวจพบผล positive ได้เร็วและประหยัดในผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์อยู่จริง ซึ่งเหมาะกับประเทศไทยซึ่งยังมีทรัพยากรจำกัดในการตรวจ การพบ V37I-heterozygote โดยไม่พบการกลายพันธุ์ก่อโรคชนิดอื่นของ Cx26 ร่วมด้วย ไม่เป็นข้อบ่งชี้ว่า Cx26 เป็นสาเหตุของประสาทหูพิการในผู้ป่วยรายนั้น |
| บรรณานุกรม | : |
ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล , Duangrudee Watanasirichigoon . (2551). การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรมทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็กและแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล , Duangrudee Watanasirichigoon . 2551. "การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรมทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็กและแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล , Duangrudee Watanasirichigoon . "การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรมทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็กและแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2551. Print. ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล , Duangrudee Watanasirichigoon . การศึกษาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุหรือเกี่ยวข้องกับภาวะประสาทหูพิการชนิดไม่เป็นซินโดรมทั้งแบบที่เป็นแต่กำเนิด/เริ่มเป็นในวัยเด็กและแบบที่เริ่มอาการแสดงภายหลัง. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2551.
|
