| ชื่อเรื่อง | : | การควบคุมคุณภาพปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง |
| นักวิจัย | : | กล้าณรงค์ ศรีรอต , Klanarong Sriroth |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-07-2F-B9-C-07 , Cassava starch manufacturing , Plant biotechnology , Plant biotechnology and related agricultural science , Sulfur dioxide , ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , แป้งมันสำะปะหลัง , โรงงานแป้งมันสำปะหลัง |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1297 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรงงานอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะมีการเผากำมะถันก้อนเพื่อให้ได้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในการฟอกแป้งให้ ขาวและเพื่อทำลายจุลินทรีย์ งานวิจัยนี้ได้เลือก 3 โรงงาน คือ โรงงาน A, B และ C ใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ประมาณ 0, 1.03 และ 1.60 กรัมต่อกิโลกรัมแป้ง ตามลำดับ ซึ่งทำให้มีการตกค้างของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในแป้ง คือ 0, 153 และ 190 ppm (คิดเป็น 0, 13.3 และ 10.4%) ตามลำดับ ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ตกค้างในแป้งมีผล ทำให้แป้งมีกำลังการพองตัว สมบัติการละลาย และสมบัติความหนืดสูงสุดลดลง การควบคุมซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากการเผากำมะถันก้อนจะทำได้ยาก ในการทดลองนี้จึงใช้สารละลายโซเดียม-เมตาไบซัลไฟต์แทน จากการสกัดแป้งในห้องปฏิบัติการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 0, 0.27, 0.54, 0.81 และ 1.08 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม (จากโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ 0, 0.4, 0.8, 1.2 และ 1.6 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม) จะมีซัลเฟอร์ไดอออกไซด์ตกค้างในระดับต่ำ (16 ถึง 44 ppm หรือคิดเป็น 5 ถึง 6%) ความขาวและสมบัติของแป้งยอมรับได้ ถึงแม้จะเก็บไว้เป็นเวลานานถึง 4 เดือน จึงนำผลจากห้องปฏิบัติการไปใช้กับโรงงาน C โดยใช้โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์คิดเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 0.33, 0.44, 0.54 และ 0.65 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม (จากโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ 0.48, 0.65, 0.81 และ 0.97 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม) ทำให้มีซัลเฟอร์ไดอออกไซด์ตกค้างในแป้งเพียง 22.7, 30.0, 34.1 และ 42.6 ppm (คิดเป็นประมาณ 2.0%) ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างและปริมาณจุลินทรีย์ในแป้ง พบว่า ควรใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในระดับ 0.54 ถึง 0.65 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม (จากโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ 0.8 ถึง 1.0 กรัมต่อแป้ง 1 กิโลกรัม) ซึ่งจะผลิตแป้งที่มีซัลเฟอร์- ไดออกไซด์ตกค้างเพียง 34 ถึง 43 ppm ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดอยู่ในช่วง 105 ถึง 106 CFU/กรัม ความขาวอยู่ในช่วง 95 ถึง 98 และสมบัติความหนืดสูงสุดอยู่ในช่วง 647 ถึง 725 BU ตามลำดับ ซึ่งพบว่าสมบัติดังกล่าวอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ |
| บรรณานุกรม | : |
กล้าณรงค์ ศรีรอต , Klanarong Sriroth . (2542). การควบคุมคุณภาพปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. กล้าณรงค์ ศรีรอต , Klanarong Sriroth . 2542. "การควบคุมคุณภาพปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. กล้าณรงค์ ศรีรอต , Klanarong Sriroth . "การควบคุมคุณภาพปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2542. Print. กล้าณรงค์ ศรีรอต , Klanarong Sriroth . การควบคุมคุณภาพปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2542.
|
