ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา
นักวิจัย : สุชาดา หุณฑสาร
คำค้น : การใช้สารเสพติด , ยาบ้า , ผู้ป่วยจิตเวช , แอมฟิตะมิน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อุมาพร ตรังคสมบัติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741715633 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12238
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัจจัยทางจิต-สังคม ที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้าของผู้ป่วยในที่มารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา โดยศึกษาจากตัวอย่างทั้งหมด 290 คน เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เมื่อ BPRS < 30 คะแนน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบประเมินอาการโรค แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล และลักษณะการเสพย์ยาเสพติดและแบบสัมภาษณ์ข้อมูลทางจิต-สังคม สถิติที่ใช้ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าฐานนิยม ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และเปรียบเทียบความ แตกต่างโดย Chi-square test, Fisher's exact test และ Unpaired t-test ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดใช้โปรแกรม SPSS PC+ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้าจำนวน 290 คน เป็นเพศชาย 202 คนและเพศหญิง 88 คน ผู้ป่วยเริ่มเสพยาบ้าเมื่ออายุเฉลี่ย 20.02+-6.51 ปี (อายุต่ำสุด คือ10 ปี อายุสูงสุดคือ 46 ปี) ผู้ป่วยเพศชายเริ่มเสพยาบ้าเมื่ออายุเฉลี่ย 20.61+-7.21 ปี เพศหญิงเริ่มเสพยาบ้าเมื่ออายุ 18.68+-4.28 ปี ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ <0.05 ผู้ป่วยเพศชายเสพยาบ้ามานานเฉลี่ย 5.46+-3.42 ปี ผู้ป่วยเพศหญิงเสพยาบ้ามานานเฉลี่ย 4.38+-2.31 ปี ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.05 อาการที่พบว่ามีระดับรุนแรงจากการใช้แบบประเมิน BPRS พบว่ามี auditory hallucination (95.2%) และ conceptual disorganization (88.6%) หลังจากได้รับการรักษาผู้ป่วย 75.17% อาการทุเลาในสัปดาห์ที่ 1 ผู้ป่วยส่วนใหญ่เสพยาบ้าด้วยวิธีสูดควัน (96.2%) เหตุผลในการเสพยาบ้าของผู้ป่วยส่วนใหญ่คืออยากลอง (57.2%) ในผู้ป่วย 74.8% ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นแบบทะเลาะกันบ้างแต่ไม่รุนแรง ผู้ป่วย 44.5% ได้รับการเลี้ยงดูแบบรักทะนุถนอมและตามใจ 29% มีญาติป่วยเป็นโรคจิตและ 83% มีเพื่อนสนิทเสพยาบ้า การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางจิต-สังคมของ ผู้ป่วยเพศชายและเพศหญิง พบว่าปัจจัยต่างๆ นั้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

บรรณานุกรม :
สุชาดา หุณฑสาร . (2545). ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา หุณฑสาร . 2545. "ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา หุณฑสาร . "ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
สุชาดา หุณฑสาร . ปัจจัยทางจิต-สังคมของโรคจิตที่เกิดร่วมกับการใช้ยาบ้า ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.