| ชื่อเรื่อง | : | ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย |
| นักวิจัย | : | อรวดี รุกขรังสฤษฏ์ |
| คำค้น | : | ภาษาไทย -- สัทศาสตร์ , ภาษาไทย -- คำลงท้าย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุดาพร ลักษณียนาวิน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | 9743324763 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11346 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541 งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย ในการวิเคราะห์ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์นี้ใช้วิธีทางกลสัทศาสตร์ โดยวิเคราะห์ค่าความถี่มูลฐาน ค่าระยะเวลา และค่าความเข้มของเสียงของแม่ จำนวน 2 คน ได้แก่ แม่ที่มีทารกเพศหญิง 1 คน และแม่ที่มีทารกเพศชาย 1 คน โดยการศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพัฒนาต่อเนื่องตามช่วงอายุต่างๆ ได้แก่ วัยแรกเกิด 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน จากการศึกษาพบข้อมูลคำลงท้ายทั้งสิ้น 584 หน่วยความ โดยพบหน่วยความที่มีคำลงท้ายเพียงร้อยละ 11.5 ปริมาณการใช้คำลงท้ายในมาตุภาษาของแม่ที่มีทารกเพศชาย มีแนวโน้มมากกว่าในแม่ที่มีทารกเพศหญิง (ร้อยละ 56.7 และ 43.3) การใช้คำลงท้ายมีปริมาณน้อยที่สุดในวัย 3 เดือน (ร้อยละ 15.1) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุของทารกเพิ่มขึ้น การศึกษาลักษณะร่วมทางกลสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย พบว่า ค่าความถี่มูลฐานเฉลี่ยในแม่ที่มีทารกเพศหญิง มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าในแม่ที่มีทารกเพศชาย (270.7 เฮิรตซ์ และ 258.4 เฮิรตซ์) เช่นเดียวกับค่าระยะเวลาเฉลี่ยในแม่ที่มีทารกเพศหญิง ซึ่งสูงกว่าในแม่ที่มีทารกเพศชาย (386 มิลลิวินาที และ 378 มิลลิวินาที) เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงค่าเชิงกลสัทศาสตร์ทั้งสองดังกล่าวในเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง พบว่า ค่าความถี่มูลฐานเฉลี่ยของมาตุภาษาของทารกในวัยแรกเกิดมีค่าค่อนข้างต่ำ และค่าระยะเวลาเฉลี่ยค่อนข้างยาว ค่าความถี่มูลฐานสูงขึ้นอย่างเป็นได้ชัดในวัย 3 เดือน และหลังจากนั้นมีค่าลดลงเป็นลำดับเมื่อทารกมีวัยเพิ่มขึ้น (252, 286, 263 และ 259 เฮิรตซ์) ส่วนค่าระยะเวลามีค่าลดลงเป็นลำดับจากวัยแรกเกิดถึงวัย 12 เดือน (457, 452, 369, 317 และ 295 มิลลิวินาที) ผลการศึกษารูปแบบของเสียงสูงต่ำของคำลงท้าย พบความแตกต่างใน 3 รูปแบบ คือ ปริมาณการใช้เสียงขึ้นใกล้เคียงกับเสียงตก (ร้อยละ 51.0 และ 49.0) ปริมาณการใช้เสียงสูงต่ำแบบผสมมากกว่าเสียงสูงต่ำแบบไม่ผสมอย่างเห็นได้ชัด (ร้อยละ 86.1 และ 13.9) และปริมาณการใช้เสียงสูงต่ำแบบมีการคงระดับ พบเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการใช้เสียงสูงต่ำไม่มีการคงระดับ (ร้อยละ 13.9 และ 86.1) |
| บรรณานุกรม | : |
อรวดี รุกขรังสฤษฏ์ . (2541). ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรวดี รุกขรังสฤษฏ์ . 2541. "ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรวดี รุกขรังสฤษฏ์ . "ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. อรวดี รุกขรังสฤษฏ์ . ลักษณะร่วมทางสัทศาสตร์ของคำลงท้ายในมาตุภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
