ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม
นักวิจัย : วิโรจน์ ประเทืองสวัสดิ์
คำค้น : โพลิฟอสเฟต , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดฟอสฟอรัส , แบคทีเรีย -- การเพาะเลี้ยงและอาหารเพาะเชื้อ , อะซิเนโตแบคเตอร์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชาญวิทย์ โฆษิตานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9746397486 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10360
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

งานวิจัยนี้ได้ติดตามประชากร Acinetobacter sp. ในระบบบำบัด Three-Stage Phoredox ชนิดทนต่อโซเดียมคลอไรด์ 2% โดยใช้อาหารแข็ง Herellea ที่พัฒนาให้จำเพาะต่อ Acinetobacter sp. โดยเติมยาปฏิชีวนะ พบว่าประชากร Acinetobacter sp. ลดลงและหมดจากระบบใน 46 ชั่วโมง หลังเลี้ยงเชื้อในระบบ ภายหลังศึกษาภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญของ Acinetobacter sp. ในขวดเขย่าพบว่าน้ำเสียสังเคราะห์ต้องมีค่ากรดด่างมากกว่า 6.0 ปริมาณ โซเดียมคลอไรด์น้อยกว่า 3% Acinetobacter sp. จึงจะเจริญได้ Acinetobacter sp. สามารถสะสมฟอสเฟตได้ดีตลอดการเจริญเมื่อน้ำเสียสังเคราะห์มีคาร์บอนและฟอสเฟตสมบูรณ์ และความสามารถสะสมฟอสเฟตเฉพาะเซลล์จะลดลงเมื่อเปอร์เซ็นต์โซเดียมคลอไรด์สูงขึ้น ภายหลังติดตามประชากร Acinetobacter sp. ในระบบบำบัด Three-Stage Phoredox ชนิดทนต่อโซเดียมคลอไรด์ 1.5% พบว่า Acinetobacter sp. ไม่สามารถจะอยู่ในระบบร่วมกับจุลินทรีย์อื่นได้และหมดจากระบบใน 46 ชั่วโมง ภายหลังเลี้ยงเชื้อ เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ของเอนไซม์บางชนิด กับการสะสมฟอสเฟต ในระยะการเจริญต่างๆ กันพบว่า เอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส และโพลีฟอสเฟตไคเนส มีกิจกรรมจำเพาะสูงสุดใน phosphate starved cell คือ 0.64, 4.67 ยูนิต/มก. โปรตีนตามลำดับ อัลคาไลน์ฟอสฟาเฟตมีปริมาณน้อยไม่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการเจริญ คือ 0.093, 0.095, 0.070 ยูนิต/มก. โปรตีน ในเซลล์ระยะ mid log phase (MLP), late log phase (LLP), initial declined phase (IDP) ตามลำดับ และพบว่าโพลีฟอสเฟตไคเนส มีแนวโน้มกิจกรรมจำเพาะเพิ่มขึ้นตลอดการเจริญ คือ 0.87, 1.54, 1.75 ยูนิต/มก. โปรตีนในเซลล์ระยะ MLP, LLP, IDP ตามลำดับ ขณะที่เอนไซม์โพลีฟอสเฟต : เอเอ็มพี ฟอสโฟทรานส์เฟอร์เรส มีกิจกรรมจำเพาะในเซลล์ระยะต่างๆ ไม่ค่อยต่างกัน คือ 2.46, 2.65, 22.33, 2.26 ยูนิต/มก. โปรตีน ใน phosphate starved cell, MLP, LLP, IDP ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
วิโรจน์ ประเทืองสวัสดิ์ . (2541). ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิโรจน์ ประเทืองสวัสดิ์ . 2541. "ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิโรจน์ ประเทืองสวัสดิ์ . "ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
วิโรจน์ ประเทืองสวัสดิ์ . ประชากรและประสิทธิภาพของ ACINETOBACTER sp. ในการกำจัดฟอสเฟตในระบบบำบัดน้ำเสียชนิดทนเค็ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.