| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ |
| นักวิจัย | : | อรุณ แก้วเกตุ |
| คำค้น | : | ผู้ติดเชื้อเอชไอวี , โรคเอดส์ -- ผู้ป่วย , การปรับตัว (จิตวิทยา) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชนกพร จิตปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741730896 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10728 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความ รุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏ อาการ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย กับการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏ อาการ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มารับการรักษา ณ สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 180 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดการรับรู้ที่เป็นตราบาป แบบวัดความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และแบบวัดการปรับตัว โดยผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีค่าความเที่ยงเท่ากับ .82 .88 .81 และ .86 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติทดสอบค่าทีของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน ใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการ (X = 2.42) และระยะที่ปรากฏอาการ (X = 2.11) อยู่ในระดับปานกลาง 2. ความรุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏ อาการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การรับรู้ที่เป็นตราบาป และความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์ทางลบกับการปรับตัวของ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการ (r = -.402, -.509 ตามลำดับ) และในระยะที่ปรากฏอาการ (r = -.276, -.402 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย สามารถพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยมีอำนาจในการพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะไม่ปรากฏอาการ ได้ร้อยละ 25.90 และมีอำนาจในการพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ปรากฎอาการ ได้ร้อยละ 16.20 โดยมี สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานได้ดังนี้ การปับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะไม่ปรากฏอาการ = -.509 (ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย) การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะปรากฏอาการ = -.402 (ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย) |
| บรรณานุกรม | : |
อรุณ แก้วเกตุ . (2545). การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรุณ แก้วเกตุ . 2545. "การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรุณ แก้วเกตุ . "การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. อรุณ แก้วเกตุ . การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
