| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก กับความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากสภาพรังสีชนิดไบท์วิง (Bitewing) ในผู้ป่วยเด็กของนิสิตทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540 |
| นักวิจัย | : | ปิยะวรรณ ตั้งละมัย |
| คำค้น | : | การบันทึกภาพด้วยรังสี , ฟันผุในเด็ก , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์ -- นักศึกษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พรพรรณ อัศวาณิชย์ , อัมพุช อินทรประสงค์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746380567 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10701 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 ในทางทันตกรรม ภาพรังสีชนิดไบท์วิงมีประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยรอยผุบนด้านประชิดของฟันทั้งฟันน้ำนมและฟันถาวร อย่างไรก็ดี เนื่องจากการตระหนักถึงผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของรังสีเอ็กซ์ จึงมีการลดปริมาณการถ่ายภาพรังสีลง ให้คงไว้เฉพาะเพื่อประกอบการวินิจฉัยที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นการถ่ายภาพรังสีชนิดไบท์วิงซึ่งเดิมเคยแนะนำให้ถ่ายทุก 6 เดือนในผู้ป่วยจึงได้มีการยืดระยะเวลาเป็น 12-24 เดือน ด้วยเหตุนี้การแปลผลภาพรังสีอย่างถูกต้องจึงยิ่งมีความสำคัญอย่างมากในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากภาพรังสีชนิดไบท์วิงในผู้ป่วยเด็ก ของนิสิตคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540 และศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถนี้กับผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก การวิจัยกระทำในนิสิตจำนวน 88 คน (ชาย 18 คน หญิง 70 คน) โดยแบ่งนิสิตออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก ได้แก่ กลุ่ม A หมายถึงนิสิตระดับเกรด A กลุ่ม B หมายถึง นิสิตระดับเกรด B และกลุ่ม C หมายถึงนิสิตระดับเกรด C หลังจากนั้นแบ่งนิสิตในแต่ละกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มย่อย เพื่อแปลผลภาพรังสีชนิดไบท์วิง 15 ภาพ โดยใช้วิธีดูภาพรังสี 2 วิธี วิธีที่ 1 ใช้กล่องดูฟิล์มที่มีกระดาษดำทึบแสงปิดแสงรอบๆ ภาพร่วมกับการใช้แว่นขยายกำลังสองเท่า วิธีที่ 2 ใช้กล่องดูฟิล์มที่ไม่มีกระดาษดำทึบแสงปิดแสงรอบๆ ภาพและไม่ใช้แว่นขยาย นิสิตในกลุ่มย่อยที่ 1 จะดูภาพรังสีทั้ง 15 ภาพ โดยวิธีที่ 1 ก่อน แล้วพัก 30 นาที จึงกลับมาดูภาพรังสีชุดเดิมซ้ำอีกครั้งโดยใช้วิธีดูวิธีที่ 2 ส่วนนิสิตในกลุ่มย่อยที่ 2 จะดูภาพรังสีโดยวิธีที่ 2 ก่อนแล้วพัก 30 นาที จึงกลับมาดูภาพรังสีชุดเดิมซ้ำอีกครั้งโดยใช้วิธีดูวิธีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า นิสิตสามารถแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากภาพรังสีชนิดไบท์วิงได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 90 โดยที่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการแปลผลระหว่างนิสิตกลุ่ม A B และ C และไม่พบความแตกต่างของวิธีที่ใช้ดูภาพรังสี แต่เมื่อศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีรอยผุพบว่า นิสิตกลุ่ม C และนิสิตโดยรวม สามารถแปลผลรอยผุที่ลึกถึงรอยต่อระหว่างเคลือบฟันและเนื้อฟันโดยการใช้วิธีดูภาพรังสีวิธีที่ 1 ได้ดีกว่าวิธีที่ 2 อย่างมีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะวรรณ ตั้งละมัย . (2540). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก กับความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากสภาพรังสีชนิดไบท์วิง (Bitewing) ในผู้ป่วยเด็กของนิสิตทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวรรณ ตั้งละมัย . 2540. "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก กับความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากสภาพรังสีชนิดไบท์วิง (Bitewing) ในผู้ป่วยเด็กของนิสิตทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวรรณ ตั้งละมัย . "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก กับความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากสภาพรังสีชนิดไบท์วิง (Bitewing) ในผู้ป่วยเด็กของนิสิตทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. ปิยะวรรณ ตั้งละมัย . การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนภาคทฤษฎีวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก กับความสามารถในการแปลผลรอยผุบนด้านประชิดของฟันจากสภาพรังสีชนิดไบท์วิง (Bitewing) ในผู้ป่วยเด็กของนิสิตทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
