| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัยนำร่อง วิธีการสอนแปรงฟันในเด็กตาบอด : รายงานผลการวิจัย |
| นักวิจัย | : | อัมพุช อินทรประสงค์ , พรพรรณ อัศวาณิชย์ , สดศรี สกุลพงศ์ยืนยง |
| คำค้น | : | การแปรงฟัน , เด็กตาบอด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3218 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในประเทศไทยยังไม่มีสื่อการสอนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันสำหรับเด็กตาบอดโดยเฉพาะ ดังนั้น โครงการวิจัยนำร่องนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบสื่อประสมซึ่งประกอบด้วยเทปเสียงและแบบฟันจำลอง ในการสอนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันสำหรับนักเรียนตาบอด อายุ 10-16 ปี จำนวน 51 คน โดยจัดแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มควบคุม (2) กลุ่มเรียนจากสื่อประสม (3) กลุ่มเรียนจากสื่อประสบและมีอาจารย์ควบคุม โดยกลุ่มควบคุมจะเรียนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันจากอาจารย์สอนสุขศึกษา ตามวิธีการและขั้นตอนตามหลักสูตรของโรงเรียน กลุ่มเรียนจากสื่อประสมและมีอาจารย์ควบคุมจะเรียนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันจากสื่อประสมโดยจะมีอาจารย์ประจำชั้นให้การดูแลการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันสัปดาห์ละ 2 วัน ประสิทธิภาพการแปรงฟันวัดด้วยค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์ของ Podshady & Haley โดยวัดก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง 2 สัปดาห์ 4 สัปดาห์ 8 สัปดาห์ และ 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า ค่าเฉลี่ยดัชนีจุลินทรีย์ของกลุ่มทดลองทั้ง 3 มีแนวโน้มลดลงหลังการแปรงฟัน โดยการเปรียบเทียบทางสถิติด้วย Anova พบว่าค่าเฉลี่ยดัชนีคราบจุลินทรีย์ของกลุ่มควบคุม ในช่วงระยะ 8 สัปดาห์ และ 12 สัปดาห์ หลังการสอนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันมีค่าลดลงจากก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ 0.05 ค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์ของกลุ่มเรียนจากสื่อประสมและมีอาจารย์ควบคุม ในช่วงระยะ 8 สัปดาห์ และ 12 สัปดาห์ หลังการสอนทันตสุขศึกษาและการแปรงฟันมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ 0.05 และ 0.01 ตามลำดับ การสอนทันตสุขศึกษาทำให้นักเรียนตาบอดมีความรู้เพิ่มขึ้น โดยพบว่า หลังการทดลองในกลุ่มเรียนจากสื่อประสมเป็นกลุ่มที่มีความรู้มากที่สุด และแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ 0.01 เมื่อเปรียบเทียบทางสถิติด้วย Least Significant Difference กับกลุ่มควบคุม และกลุ่มเรียนจากสื่อประสมและมีอาจารย์ควบคุม ดังนั้นในการสอนทันตสุขศึกษา และการแปงฟันโดยใช้สื่อประสมสามารถทำให้นักเรียนตาบอดมีความรู้เพิ่มขึ้น แต่การพัฒนาประสิทธิภาพในการแปรงฟันให้สะอาดขึ้นนั้นจำเป็นต้องมีปัจจัยอื่นๆ เสริมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม |
| บรรณานุกรม | : |
อัมพุช อินทรประสงค์ , พรพรรณ อัศวาณิชย์ , สดศรี สกุลพงศ์ยืนยง . (2541). โครงการวิจัยนำร่อง วิธีการสอนแปรงฟันในเด็กตาบอด : รายงานผลการวิจัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัมพุช อินทรประสงค์ , พรพรรณ อัศวาณิชย์ , สดศรี สกุลพงศ์ยืนยง . 2541. "โครงการวิจัยนำร่อง วิธีการสอนแปรงฟันในเด็กตาบอด : รายงานผลการวิจัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัมพุช อินทรประสงค์ , พรพรรณ อัศวาณิชย์ , สดศรี สกุลพงศ์ยืนยง . "โครงการวิจัยนำร่อง วิธีการสอนแปรงฟันในเด็กตาบอด : รายงานผลการวิจัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. อัมพุช อินทรประสงค์ , พรพรรณ อัศวาณิชย์ , สดศรี สกุลพงศ์ยืนยง . โครงการวิจัยนำร่อง วิธีการสอนแปรงฟันในเด็กตาบอด : รายงานผลการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
