ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่
นักวิจัย : ปรัชวิกร มาสมบูรณ์
คำค้น : โครงการพัฒนาดอยตุง , ชาวเขา -- ที่อยู่อาศัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต นิตยะ , สุภางค์ จันทวานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741721307 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10434
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

โครงการพัฒนาดอยตุงเป็นโครงการหนึ่งที่เข้ามาพัฒนา สภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาให้ดีขึ้น โดยใช้วิธีการจัดสรรดินที่ใช้ในการอยู่อาศัยในรูปแบบการเช่า ที่ดินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของทางโครงการฯ ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของชาวเขา ลักษณะการจัดสรรการใช้เช่าที่ดินในรูปแบบนี้ ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยของชาวเขาแต่ละหมู่บ้าน แต่ละแปลงที่ดินมีขนาดพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน หมู่บ้านมูเซอลาบาเป็นหมู่บ้านหนึ่งในโครงการฯ ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยน้อย อัตราการตายรวมอยู่ในระดับปานกลาง แต่อัตราการเกิดรวมอยู่สูงสุด ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนี้จะส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านอย่างรวดเร็วและชัดเจนกว่าหมู่บ้านอื่น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของที่อยู่อาศัยของชาวเขา ศึกษาลักษณะที่อยู่อาศัย การอยู่อาศัยของชาวเขาในปัจจุบัน และศึกษาปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าลาหู่ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การวางแผนการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย การวิจัยเป็นการศึกษาข้อมูลและลงพื้นที่ภาคสนามในหมู่บ้านดังกล่าว เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์มีล่ามช่วยในการแปลภาษา การสังเกต การ Sketch ถ่ายภาพ รวมถึงการจดบันทึกการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสนทนากลุ่มแบบไม่เป็นทางการ จากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในการสำรวจโดยใช้เครื่องมือดังกล่าว ผู้วิจัยค้นพบว่า ในหมู่บ้านมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเรือนทั้งหมด 9 รูปแบบ ได้แก่ 1. เรือนดั้งเดิมยกพื้นเตี้ยแบบครัวอยู่ในตัวเรือน 2. เรือนดั้งเดิมยกพื้นเตี้ยแบบครัวอยู่ติดกับตัวเรือน 3. เรือนดั้งเดิมยกพื้นเตี้ยแบบเพิ่มห้องนอน 4. เรือนดั้งเดิมแบบแยกครอบครัวใหม่ 5. เรือนประยุกต์ยกพื้นแบบใช้ชานหน้าเรือนเป็นทางเชื่อมสู่ห้องครัว 6. เรือนประยุกต์ยกพื้นแยกแบบห้องครัวต่างหาก 7. เรือนประยุกต์ติดพื้นแบบแยกครัวอยู่ด้านหลังเรือน 8. เรือนประยุกต์ติดพื้นแบบแยกครัวอยู่ด้านหน้าเรือน 9. เรือนใหม่ 2 ชั้น ซึ่งจากรูปแบบเรือนทั้งหมดมีเรือนของผู้สูงอายุที่ยังคงชานหน้าเรือนไว้ เรือนที่สร้างใหม่มีการสร้างห้องเก็บของ เป็นองค์ประกอบใหม่ที่สร้างขึ้นเป็นอันดับแรก การขยายตัวของเรือนได้เพิ่มห้องครัวและห้องนอนลูก พฤติกรรมการออกไปทำงานนอกพื้นที่ทำให้ระบบการเงินของชาวบ้านที่ดีขึ้น เรือนที่อยู่อาศัยจึงมีความถาวรมากขึ้น วัสดุที่ใช้สร้างเรือนเปลี่ยนจากวัสดุธรรมชาติเป็นสังกะสี ไม้แปรรูป และก่ออิฐฉาบปูน ส่วนความเชื่อที่ยังคงมีในพื้นที่คือ การห้ามหันจั่วเรือนตรงกัน การแยกเรือนใหม่ของครอบครัวที่แต่งงานต้องสร้างเรือนติดพื้น และการรักษาลานประกอบพิธิกรรมไว้ ข้อเสนอแนะที่นำไปใช้ในการวางแผนการอยู่อาศัยได้คือ เพิ่มนโยบายแบ่งแปลงที่ดินสำหรับการขออนุญาตปลูกสร้างเรือนใหม่ ไม่ให้ปลูกสร้างในแปลงที่ดินเดิมที่มีเรือนอยู่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว เพราะจะทำให้เกิดความแออัดมากขึ้น รวมถึงการกำหนดระยะห่างจากเขตที่ดินไปถึงเรือนอยู่อาศัย เพื่อให้มีพื้นที่ว่างในการอยู่อาศัย และหาวัสดุใหม่ที่สามารถใช้ทดแทนวัสดุธรรมชาติเดิมที่หายากขึ้น ทดแทนการใช้วัสดุสมัยใหม่ตามท้องตลาดทั่วไป เพื่อทำให้เกิดลักษณะเฉพาะพื้นถิ่นของรูปแบบเรือนและวัสดุก่อสร้าง

บรรณานุกรม :
ปรัชวิกร มาสมบูรณ์ . (2545). ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรัชวิกร มาสมบูรณ์ . 2545. "ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรัชวิกร มาสมบูรณ์ . "ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
ปรัชวิกร มาสมบูรณ์ . ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวเขา ในโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย : กรณีศึกษา ชาวเขาเผ่าลาหู่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.