| ชื่อเรื่อง | : | การล่อให้กระทำความผิดอาญา |
| นักวิจัย | : | ศุภชัย เศวตกิตติกุล |
| คำค้น | : | ความผิดทางอาญา , กฎหมายอาญา , การล่อให้กระทำความผิด (กฎหมายอาญา) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อภิรัตน์ เพ็ชรศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | 9740302548 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10637 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพน์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544 "การล่อให้กระทำความผิด" มีความหมายทางกฎหมายแตกต่างกันออกไปในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law แต่ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐที่เกิดขึ้นในชั้น สืบสวนและสอบสวนคดีอาญา โดยมักเกิดขึ้นกับความผิดประเภทที่ไม่มีเอกชนเป็นผู้เสียหายโดยเฉพาะ (victimless crimes) เช่น คดียาเสพย์ติด การล่อให้กระทำความผิดเกิดขึ้นจากการที่เจ้าพนักงานมีความจำเป็นต้องใช้เทคนิควิธีการในการแสวงหาพยานหลักฐานโดยการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น การใช้สายลับเข้าไปล่อซื้อยาเสพย์ติด เมื่อเจ้าพนักงานใช้วิธีการดังกล่าวเกินขอบเขตจนถึงขนาดก่อให้บุคคลซึ่งไม่เคยคิดที่จะกระทำความผิดมาก่อน กลับเกิดเจตนาที่จะกระทำความผิดขึ้น การกระทำดังกล่าวถือเป็น การล่อให้กระทำความผิด (Entrapment) ปัญหาที่สำคัญของ "การล่อให้กระทำความผิด" คือ การที่รัฐใช้วิธีการอันไม่เหมาะสมในการแสวงหาพยานหลักฐาน ยังผลให้ได้ผู้กระทำความผิดที่ไม่สมควรถูกนำตัวมาลงโทษ ในหลายประเทศได้ใช้วิธีการควบคุมความไม่เหมาะสมของการกระทำของเจ้าพนักงานแตกต่างกันออกไปกล่าวคือ ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายสารบัญญัติว่าด้วยข้อต่อสู้ในเรื่องของการล่อให้กระทำความผิดของเจ้าพนักงาน (Substantive Defence) ในแคนาดาใช้หลักกฎหมายในเรื่องการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ (Abuse of Process) ในอังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นำวิธีการทางกฎหมายลักษณะพยานคือการใช้บทตัดพยาน ( Exclusion of Evidence) มาใช้ในการแก้ไขปัญหาของการใช้วิธีการอันไม่เหมาะสมในการแสวงหาพยานของฝ่ายรัฐในกรณีดังกล่าว ในประเทศไทย และไม่ปรากฏว่ามีคำพิพากษาที่วินิจฉัยในเรื่องการกระทำของเจ้าพนักงานรัฐในเรื่องนี้ไว้ ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายควบคุมเจ้าพนักงานรัฐในเรื่องการล่อให้กระทำ แต่มีความเห็นทางวิชาการว่าควรจะมีการควบคุมดูแลการใช้วิธีการอันไม่เหมาะสม ซึ่งมีหลายความเห็นเสนอให้นำบทตัดพยานมาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมโดยให้ถือว่าพยานหลักฐาน ที่ได้มาจากการล่อให้กระทำความผิดเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แต่จากการศึกษาพบว่าวิธีการทางพยานแต่ลำพังไม่ใช่เครื่องมือทางกฎหมายที่ดีที่สุดในการนำมาใช้ควบคุมการกระทำของเจ้าพนักงาน ในขณะที่การกำหนดหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนในทางสารบัญญัติ หรือวิธีสบัญญัติ เพื่อนำมาใช้กับการล่อให้กระทำความผิดโดยเฉพาะ น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า สำหรับวิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้เสนอให้ใช้แนวทางทางกฎหมายสารบัญญัติ เพราะเป็นการให้หลักประกันกับประชาชนในสังคมที่เหมาะสม |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภชัย เศวตกิตติกุล . (2544). การล่อให้กระทำความผิดอาญา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภชัย เศวตกิตติกุล . 2544. "การล่อให้กระทำความผิดอาญา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภชัย เศวตกิตติกุล . "การล่อให้กระทำความผิดอาญา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print. ศุภชัย เศวตกิตติกุล . การล่อให้กระทำความผิดอาญา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.
|
