| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบ ที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ |
| นักวิจัย | : | นันทิยา ดวงจันทร์ |
| คำค้น | : | สังคมมิติ , พัฒนาการของเด็ก , แบบทดสอบ -- ความเที่ยง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นิศา ชูโต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | 9743318429 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9849 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกได้กับวัยของผู้ตอบที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสัมคมมิติ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนจำนวน 560 คน ของโรงเรียนในจังหวัดลพบุรี ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามอายุ คือ วัยเด็กตอนกลาง (6-9 ปี) จำนวน 184 คน วัยเด็กตอนปลาย (10-12 ปี) จำนวน 180 คน และวัยก่อนวัยรุ่น (13-15 ปี) จำนวน 196 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดทางสังคมมิติที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นโดยใช้สถานการณ์ในโรงเรียน 3 สถานการณ์ คือ สถานการณ์ นั่งเรียนใกล้กัน สถานการณ์ทำงานร่วมกัน และสถานการณ์เล่นด้วยกัน และกำหนดจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้เป็น 2, 3, 4 และ 5 ตัวเลือก โดยครูประจำชั้นและอาจารย์แนะแนวเป็นผู้วัด ด้วยวิธีการวัดแบบทดสอบซ้ำโดยใช้ระยะเวลาห่างกัน 1 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถ่วงน้ำหนักและไม่ถ่วงน้ำหนักคะแนน ค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทางค่าสัมประสิทธิความคงที่ ไคสแควร์ และอัตราส่วนซี ผลการวิจัยพบว่า 1. เมื่อใช้วิธีการไม่ถ่วงน้ำหนักคะแนนพบว่า มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 1.1 การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 2 และ 4 ตัวเลือกในวัยเด็กตอนปลายมีความคงที่สูงกว่าในวัยเด็กตอนกลาง 1.2 ในวัยเด็กตอนกลาง การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 3 และ 5 ตัวเลือก มีความคงที่สูงกว่า การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 2 ตัวเลือก 2. เมื่อใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักคะแนนพบว่า มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.1 การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 3 ตัวเลือกในวัยก่อนวัยรุ่น มีความคงที่สูงกว่าในวัยเด็กตอนปลาย 2.2 การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 4 ตัวเลือกในวัยเด็กตอนปลายและวัยก่อนวัยรุ่น มีความคงที่สูงกว่าในวัยเด็กตอนกลาง 2.3 ในวัยเด็กตอนกลาง การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 5 ตัวเลือก มีความคงที่สูงกว่า การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 4 ตัวเลือก 2.4 ในวัยเด็กตอนปลาย การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 4 ตัวเลือก มีความคงที่สูงกว่า การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 5 ตัวเลือก 3. เมื่อใช้วิธีการไม่ถ่วงน้ำหนักคะแนนพบว่า ในวัยเด็กตอนกลาง การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 3 ตัวเลือก มีค่าสัมประสิทธิ์ความคงที่สูงกว่า การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 2 ตัวเลือก 4. เมื่อใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักคะแนนพบว่า 4.1 ในวัยเด็กตอนกลาง การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 3, 4 และ 5 ตัวเลือก มีค่าสัมประสิทธิ์ความคงที่สูงกว่าการวัดด้วยแบบวัดจำนวน 2 ตัวเลือก 4.2 ในวัยเด็กตอนปลาย การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 5 ตัวเลือก มีค่าสัมประสิทธิ์ความคงที่สูงกว่าการวัดด้วยปบบวัดจำนวน 2 ตัวเลือก 4.3 การวัดด้วยแบบวัดจำนวน 2 ตัวเลือกในวัยเด็กตอนปลาย มีค่าสัมประสิทธิ์ความคงที่สูงกว่าในวัยเด็กตอนกลาง |
| บรรณานุกรม | : |
นันทิยา ดวงจันทร์ . (2541). การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบ ที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นันทิยา ดวงจันทร์ . 2541. "การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบ ที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นันทิยา ดวงจันทร์ . "การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบ ที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. นันทิยา ดวงจันทร์ . การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวเลือกที่เลือกได้กับวัยของผู้ตอบ ที่มีต่อความคงที่ของผลการวัดทางสังคมมิติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
