| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ : กรณีศึกษา ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา |
| นักวิจัย | : | สมเกียรติ ปีติบรรเจิดพงศ์ |
| คำค้น | : | ธนาคารกสิกรไทย -- พนักงาน , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา -- พนักงาน , พนักงานธนาคาร , การใช้ที่ดิน -- ไทย -- กรุงเทพฯ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุปรีชา หิรัญโร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746387022 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9729 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติในด้านปัญหาที่อยู่อาศัย และวิถีการดำเนินชีวิตของพนักงานธนาคารอันเนื่องมาจากการย้ายสำนักงานใหญ่ ตลอดจนศึกษาทัศนคติต่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัยและความต้องการที่อยู่อาศัยของพนักงานธนาคาร เนื่องจากการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่โดยกลุ่มประชากรที่ได้ทำการศึกษาในครั้งนี้ คือ พนักงานธนาคารกสิกรไทย และพนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่มีจำนวนพนักงานมากกว่า 2,000 คน ผลจากการศึกษาพบว่า จากการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยาก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพนักงานธนาคารทั้งสองแห่งในด้านเวลาพักผ่อนและเวลาที่ให้กับครอบครัว การนัดพบปะเพื่อนฝูง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การซื้ออาหารกินที่ทำงานและการซื้อหรือทำอาหารที่บ้าน ส่วนการเดินทางและเวลาที่ใช้ในการเดินทางไป-กลับบ้านของพนักงานทั้งสองแห่งไม่ค่อยมีผลกระทบมากนัก เนื่องจากเมื่อย้ายมาอยู่ที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ปัญหาด้านการจราจรติดขัดของพนักงานลดน้อยลง สำหรับการคิดย้ายที่อยู่อาศัยของพนักงานเนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ของธนาคาร พนักงานธนาคารกสิกรไทยคิดย้ายร้อยละ 29.7 และพนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยาคิดย้ายร้อยละ 20.70 เหตุผลส่วนใหญ่คือ เพื่ออยู่ใกล้ที่ทำงานและเพื่อความสะดวกในการเดินทางมาทำงาน ผู้มีสถานภาพโสดจะคิดย้ายที่อยู่อาศัยมากกว่าผู้ที่แต่งงานและกลุ่มผู้มีอายุมากขึ้น ซึ่งมีภาระผูกพันต่อครอบครัวมากขึ้น ความต้องการที่อยู่อาศัยและการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของพนักงานของธนาคารเนื่องมาจากการย้ายสำนักงานใหญ่ พบว่า สำหรับผู้ต้องการเช่า พนักงานธนาคารทั้งสองแห่งต้องการที่จะเช่าอพาร์ทเม้นท์มากที่สุด ในอัตราค่าเช่าระหว่าง 2,000-5,000 บาทต่อเดือน ในทำเลที่ตั้งเขตยานนาวาและราษฎร์บูรณะ ซึ่งอยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ของธนาคารสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ พบว่า พนักงานธนาคารกสิกรไทยมีความต้องการที่จะซื้อบ้านเดี่ยวมากที่สุด ในขณะที่พนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยามีความต้องการที่จะซื้อทาวน์เฮ้าส์มากที่สุด ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อมากที่สุด คือ ระดับราคาที่อยู่อาศัยรองลงมาคือ ทำเลใกล้ที่ทำงาน และสภาพแวดล้อมและแหล่งชุมชนที่ดี ระดับราคาที่ต้องการซื้อมากที่สุดจะอยู่ในช่วง 800,000-1,500,000 บาท ด้วยวิธีผ่อนชำระ ส่วนใหญ่ต้องการให้มีเงินกู้สวัสดิการในอัตราดอกเบี้ย 4-6% สำหรับทำเลที่ตั้งพนักงานธนาคารทั้งสองแห่งต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเขตราษฎร์บูรณะ ยานนาวา ซึ่งอยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ของธนาคาร โดยพนักงานในระดับปฏิบัติการจะคิดย้ายที่อยู่อาศัยมากกว่าพนักงานในระดับบริหาร ข้อเสนอแนะควรพิจารณาให้ความช่วยเหลือพนักงานตรามกำลังความสามารถของธนาคารที่จะจัดหามาให้ ตลอดจนความสามารถในการจ่ายของพนักงาน เช่น เป็นตัวกลางในการจัดหาที่พักให้เช่าบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ทำงาน และให้กู้ยืมเพื่อจัดซื้อที่อยู่อาศัยในรูปสวัสดิการ ดอกเบี้ยถูก |
| บรรณานุกรม | : |
สมเกียรติ ปีติบรรเจิดพงศ์ . (2540). การเปรียบเทียบทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ : กรณีศึกษา ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมเกียรติ ปีติบรรเจิดพงศ์ . 2540. "การเปรียบเทียบทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ : กรณีศึกษา ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมเกียรติ ปีติบรรเจิดพงศ์ . "การเปรียบเทียบทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ : กรณีศึกษา ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. สมเกียรติ ปีติบรรเจิดพงศ์ . การเปรียบเทียบทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัย เนื่องจากการย้ายสำนักงานใหญ่ : กรณีศึกษา ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
