ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน
นักวิจัย : อุดมศักดิ์ เจียรวิชญ์
คำค้น : น้ำเสีย -- การบำบัด , การรวมตะกอน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9746393723 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9776
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียขั้นต้นจากโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟและกระบวนการโคแอกกูเลชัน โดยปรับเปลี่ยนค่าพีเอชของน้ำเสีย และปรับเปลี่ยนชนิดและปริมาณของสารโคแอกกูแลนท์และโคแอกกูแลนท์เอด โดยโคแอกกูแลนท์ที่ใช้ ได้แก่ สารละลายเฟอร์ริกคลอไรด์ และสารละลายอลูมินัมซัลเฟต ส่วนโคแอกกูแลนท์เอดที่ใช้ ได้แก่ โพลีเมอร์ประจุบวกและโพลีเมอร์ประจุลบ จากผลการทดลอง พบว่า สภาวะในการบำบัดโดยกระบวนการดีเอเอฟที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ พีเอช 4.5, ค่าอัตราการเวียนกลับ 150% ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วน A/S 0.0027 มก. อากาศ/มก.ของแข็ง สารละลายเฟอร์ริกคลอไรด์ 150 มก/ล และโพลีเมอร์ประจุลบ 2 มก/ล โดยมีเวลากักเก็บ 30 นาทีและความเร็วเฉลี่ยในการลอยขึ้นของตะกอน 0.67 ซม/วินาที ซึ่งให้ประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดี ทีเคเอ็นและทีเอสเอสเท่ากับ 90.2% 91.6% และ 90.8% ตามลำดับ โดยมีค่าสารเคมีในการบำบัด 12.11 บาท/ลบ.ม ส่วนการวิเคราะห์ตะกอนพบว่า มีปริมาณโปรตีน 45.3% และการสารอินทรีย์ 94.8% โดยมีปริมาณตะกอนเกิดขึ้น 4.69 กก/ลบ.ม ซึ่งสามารถขายได้ในราคา 10.41 บาท/ลบ.ม สภาวะที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดสูงสุดโดยกระบวนการโคแอกกูเลชัน คือ พีเอช 4.5, สารละลายเฟอร์ริกคลอไรด์ 200 มก/ล และโพลีเมอร์ประจุลบ 2 มก/ล โดยมีเวลากักเก็บ 40 นาทีและความเร็วเฉลี่ยในการตกตะกอน 0.425 ซม/วินาที ซึ่งให้ประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดี ทีเคเอ็นและทีเอสเอสเท่ากับ 92.6% 93.4% และ 92.6% ตามลำดับ โดยมีค่าสารเคมีในการบำบัด 14.29 บาท/ลบ.ม ส่วนการวิเคราะห์ตะกอนพบว่า มีปริมาณโปรตีน 39.4% และสารอินทรีย์ 94.7% โดยมีปริมาณตะกอนเกิดขึ้น 4.84 กก/ลบ.ม ซึ่งสามารถขายได้ในราคา 10.65 บาท/ลบ.ม จากการเปรียบเทียบที่ประสิทธิภาพการบำบัดใกล้เคียงกัน พบว่า ค่าสารเคมีในการบำบัดโดยกระบวนการโคแอกกูเลชันนั้นสูงกว่ากระบวนการดีเอเอฟ และตะกอนที่ได้จากกระบวนทั้งสองนั้นมีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกัน ดังนั้นในช่วงดำเนินการคาดว่ากระบวนการดีเอเอฟที่ใช้อัตราการเวียนกลับ 150% เป็นกระบวนการที่เหมาะสมทั้งในด้านประสิทธิภาพการบำบัดและค่าสารเคมี

บรรณานุกรม :
อุดมศักดิ์ เจียรวิชญ์ . (2541). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุดมศักดิ์ เจียรวิชญ์ . 2541. "การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุดมศักดิ์ เจียรวิชญ์ . "การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
อุดมศักดิ์ เจียรวิชญ์ . การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดขั้นต้น สำหรับน้ำเสียโรงงานผลิตนมถั่วเหลืองด้วยกระบวนการดีเอเอฟ กับกระบวนการโคแอกกูเลชัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.