ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
นักวิจัย : คมกฤช รัตตะมณี
คำค้น : พลศึกษา -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , การปรับตัว (จิตวิทยา)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : รัชนี ขวัญบุญจัน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741307586 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9356
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ที่ตอบแบบสำรวจปัญหาการปรับตัวทางสังคมและมีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 75 จำนวน 90 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองที่ 1 สอนเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษา กลุ่มทดลองที่ 2 สอนกิจกรรมพลศึกษา ทั้งสองกลุ่มฝึกเพิ่มเติมในเวลาหลังเลิกเรียนเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน ครั้งละ 50 นาที กลุ่มควบคุมเรียนพลศึกษาในชั้นเรียนตามปกติ ไม่มีการฝึกเพิ่มเติมหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ ทำการสำรวจปัญหาการปรับตัวทางสังคม และนำผลที่ได้จากการทดสอบมาวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวหากพบความแตกต่างจึงเปรียบเทียบเป็นรายคู่ โดยวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffe' method) ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปรับตัวทางสังคม ของกลุ่มทดลองเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมก่อนการทดลองกับหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปรับตัวทางสังคม ของกลุ่มทดลองกิจกรรมพลศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคม ก่อนการทดลองกับหลังการทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการปรับตัวทางสังคมของ กลุ่มทดลองเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษากลุ่มทดลองกิจกรรมพลศึกษา และกลุ่มควบคุม หลังการทดลอง พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงทดสอบเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe' method) พบว่า กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มทดลองที่ 1 มีคะแนนการปรับตัวทางสังคมดีกว่ากลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กลุ่มทดลองที่ 2 และกลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
คมกฤช รัตตะมณี . (2543). ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คมกฤช รัตตะมณี . 2543. "ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คมกฤช รัตตะมณี . "ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
คมกฤช รัตตะมณี . ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.