| ชื่อเรื่อง | : | การจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง |
| นักวิจัย | : | ธีระยุทธ หลีวิจิตร |
| คำค้น | : | เครื่องอบแห้ง , ชานอ้อย -- การอบแห้ง , เครื่องอบแห้งแบบไหลสวนทาง , แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | มานิจ ทองประเสริฐ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9743465197 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9077 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 ศึกษาเพื่อหารูปแบบสมการชั้นบางของการอบแห้งกากอ้อยสำหรับใช้ในการจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง เพื่อใช้ในการช่วยออกแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง การศึกษาได้กระทำทั้งการทดลองและการจำลองแบบของเครื่องอบแห้งกากอ้อย 2 แบบ คือ เครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบเบดนิ่ง และเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง ซึ่งมีขนาด 22.5 x 22.5 x 40 เซนติเมตร และ 22.5 x 22.5 x 30 เซนติเมตร ตามลำดับ และใช้ตัวอย่างกากอ้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลจังหวัดสุพรรณบุรี ทดลองที่ช่วงอุณหภูมิลมร้อน 170 ถึง 200ํC ความชื้นลมร้อน 0.016186 ถึง 0.019059 กก.น้ำ ต่อ กก.อากาศแห้ง ความเร็วลมร้อน 0.610 ถึง 0804 เมตรต่อวินาที ความชื้นตั้งต้นของกากอ้อย 70 ถึง 125% มาตรฐานแห้ง และที่อัตราการไหล 14 ถึง 18 กก.กากอ้อยชื้น ต่อ ชม.สำหรับเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง ผลสรุปที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างผลการทดลองและผลการจำลองแบบรูปแบบสมการชั้นบางของการอบแห้งกากอ้อยที่ได้อยู่ในรูปสมการดังนี้ (M-Me)(Mi-Me) = a exp (-kt)+(1-a)exp(-ckt) เมื่อ a = 8/pi2 c-ค่าคงที่ที่ได้จากการทดลอง (ในที่นี้ได้ค่าเท่ากับ 10.0) และ k = 0.0019 exp (0.0073T) + 0.0292 exp (-0.89 Ab) + 0.00078 Va + 0.00057 W-0.57-0.00088 V exp(-0.895)-0.0314 เมื่อ T-อุณหภูมิลมร้อน (ํC) Ab-ขนาดอนุภาคกากอ้อย (M.) Va- ความเร็วลมร้อน (m/s) W-ความชื้นสัมบูรณ์ลมร้อน (kg/kg dry air) และจากการประเมินโรงงานตัวอย่างที่มีกำลังการหีบอ้อยที่ 100 ตันต่อชม. เมื่อมีการอบแห้งกากอ้อยจากความชื้น 50% ให้เหลือ 35% มาตรฐานเปียก โดยการใช้แหล่งความร้อนจากก๊าซไอเสียของโรงงานที่ 200ํC สามารถประหยัดการใช้กากอ้อยเพิ่มขึ้นได้ 2 ตันต่อชม. ซึ่งคิดเป็นปริมาณการประหยัดกากอ้อยได้เพิ่มขึ้น 8% ของปริมาณการใช้กากอ้อยเดิมศึกษาเพื่อหารูปแบบสมการชั้นบางของการอบแห้งกากอ้อยสำหรับใช้ในการจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง เพื่อใช้ในการช่วยออกแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง การศึกษาได้กระทำทั้งการทดลองและการจำลองแบบของเครื่องอบแห้งกากอ้อย 2 แบบ คือ เครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบเบดนิ่ง และเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง ซึ่งมีขนาด 22.5 x 22.5 x 40 เซนติเมตร และ 22.5 x 22.5 x 30 เซนติเมตร ตามลำดับ และใช้ตัวอย่างกากอ้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลจังหวัดสุพรรณบุรี ทดลองที่ช่วงอุณหภูมิลมร้อน 170 ถึง 200ํC ความชื้นลมร้อน 0.016186 ถึง 0.019059 กก.น้ำ ต่อ กก.อากาศแห้ง ความเร็วลมร้อน 0.610 ถึง 0804 เมตรต่อวินาที ความชื้นตั้งต้นของกากอ้อย 70 ถึง 125% มาตรฐานแห้ง และที่อัตราการไหล 14 ถึง 18 กก.กากอ้อยชื้น ต่อ ชม.สำหรับเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง ผลสรุปที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างผลการทดลองและผลการจำลองแบบรูปแบบสมการชั้นบางของการอบแห้งกากอ้อยที่ได้อยู่ในรูปสมการดังนี้ (M-Me)(Mi-Me) = a exp (-kt)+(1-a)exp(-ckt) เมื่อ a = 8/pi2 c-ค่าคงที่ที่ได้จากการทดลอง (ในที่นี้ได้ค่าเท่ากับ 10.0) และ k = 0.0019 exp (0.0073T) + 0.0292 exp (-0.89 Ab) + 0.00078 Va + 0.00057 W-0.57-0.00088 V exp(-0.895)-0.0314 เมื่อ T-อุณหภูมิลมร้อน (ํC) Ab-ขนาดอนุภาคกากอ้อย (M.) Va- ความเร็วลมร้อน (m/s) W-ความชื้นสัมบูรณ์ลมร้อน (kg/kg dry air) และจากการประเมินโรงงานตัวอย่างที่มีกำลังการหีบอ้อยที่ 100 ตันต่อชม. เมื่อมีการอบแห้งกากอ้อยจากความชื้น 50% ให้เหลือ 35% มาตรฐานเปียก โดยการใช้แหล่งความร้อนจากก๊าซไอเสียของโรงงานที่ 200ํC สามารถประหยัดการใช้กากอ้อยเพิ่มขึ้นได้ 2 ตันต่อชม. ซึ่งคิดเป็นปริมาณการประหยัดกากอ้อยได้เพิ่มขึ้น 8% ของปริมาณการใช้กากอ้อยเดิม |
| บรรณานุกรม | : |
ธีระยุทธ หลีวิจิตร . (2543). การจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีระยุทธ หลีวิจิตร . 2543. "การจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีระยุทธ หลีวิจิตร . "การจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. ธีระยุทธ หลีวิจิตร . การจำลองแบบเครื่องอบแห้งกากอ้อยแบบไหลสวนทาง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
