| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน |
| นักวิจัย | : | อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ |
| คำค้น | : | clinical practice guideline , corrosive agents , surveillance system , toxic exposure , การเฝ้าระวัง , การได้รับพิษ , สารกัดกร่อน , แนวทางในการดูแลรักษา |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4830019 , http://research.trf.or.th/node/2464 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการนี้มีวัตถุประสงค์: 1. เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลันจาก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือนที่สามารถติดตามข้อมูลทางระบาดวิทยา ชนิดของผลิตภัณฑ์ ที่เป็นสาเหตุได้ ทั้งในลักษณะของผลิตภัณฑ์ และชนิดของวัตถุอันตรายหรือสารพิษที่เป็นส่วนผสม 2. เพื่อพัฒนาแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บต่อระบบทางเดินอาหาร จากการกินสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน วิธีการวิจัย: การวิจัยประกอบด้วยโครงการย่อยสองโครงการ ได้แก่ การศึกษาข้อมูลทางระบาด วิทยาของผู้ป่วยที่ได้รับวัตถุอันตราย หรือสารพิษ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาลระดับตติยภูมิ 6 แห่ง โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินทุกรายอย่างต่อเนื่องเป็น ระยะเวลา 12 เดือน และการจัดทำแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บต่อระบบ ทางเดินอาหารจากการกินสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ร่วมกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ผลการศึกษาวิจัย: โครงการย่อยที่ 1 การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับ พิษอย่างเฉียบพลัน จากการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับวัตถุอันตราย หรือสารพิษ ที่เข้ารับ การรักษาในโรงพยาลระดับตติยภูมิ 6 แห่งตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2548 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 เป็นเวลา 12 เดือน มีผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 1,734 ราย เป็นเพศหญิง ร้อยละ 63.4 ผู้ป่วยมี อายุตั้งแต่ 0.1-89.0 ปี มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 27.9±14.6 ปี เพศชายมีอายุเฉลี่ยมากกว่าเพศหญิง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเพศชายมีอายุเฉลี่ย 29.7±16.5 ปี ส่วนเพศหญิงมี อายุเฉลี่ย 26.9±13.4 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับอันตรายจากวัตถุอันตราย หรือสารพิษ ภายในบริเวณที่พัก อาศัย เท่ากับร้อยละ 92.3 ช่องทางการได้รับวัตถุอันตรายหรือสารพิษ เป็นการกินมากที่สุดเท่ากับ ร้อยละ 93.2 ในส่วนของสาเหตุพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายจากวัตถุอันตราย หรือสารพิษ โดย ตั้งใจมากถึง ร้อยละ 80.5 ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายจากวัตถุอันตราย หรือสารพิษ โดยไม่ตั้งใจ หรืออุบัติเหตุ ร้อยละ 17.3 สำหรับชนิดของวัตถุอันตราย หรือสารพิษ ที่เป็นสาเหตุสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ใหญ่ ได้แก่ ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวนที่ ใช้ในบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตร และกลุ่มวัตถุอันตราย หรือสารพิษในกลุ่มอื่น ๆ เมื่อจำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผู้ป่วยได้รับอันตราย พบว่าเป็นกลุ่มยา รักษาโรคมากที่สุดเท่ากับร้อยละ 48.1 รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านเรือน เท่ากับร้อยละ 22.0 ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตร ร้อยละ 15.1 ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวนที่ใช้ในบ้านเรือน ร้อยละ 6.5 และวัตถุอันตราย หรือสารพิษในกลุ่มอื่น ๆ ร้อยละ 7.1 เมื่อจำแนกตามคุณสมบัติของสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ผู้ป่วยได้รับพิษ มีส่วนผสมหลักที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เท่ากับร้อยละ 17.0 ของผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งส่วน ใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านเรือน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ เครื่องสุขภัณฑ์ ร้อยละ 65.7 ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว / ฟอกขาว ร้อยละ 12.2 นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม วัตถุอันตราย หรือสารพิษในกลุ่มอื่น ๆ เช่น กรดกัดยาง ร้อยละ 3.8 กรดแบตเตอรี่ ร้อยละ 3.4 ฯลฯ ในส่วนของการรักษา พบว่าหลังจากได้รับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในหรือต้องนอนพักเพื่อสังเกตอาการ เท่ากับร้อยละ 75.7 มีผู้ป่วยที่ สามารถจำหน่ายให้ออกจากโรงพยาบาลได้เท่ากับร้อยละ 24.0 สำหรับผลลัพธ์ภายเข้ารับการ รักษาแล้วพบว่าร้อยละ 93.9 ของผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และหายเป็นปกติ มีความพิการหรือทุพพล ภาพเกิดขึ้น จำนวน 32 ราย เท่ากับร้อยละ 1.8 และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 74 ราย เท่ากับร้อยละ 4.3 โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้มีผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ จำนวน 32 ราย และกลุ่ม ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมาก ที่สุด จำนวน 60 ราย โครงการย่อยที่ 2 การพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยที่กินสารเคมีที่มี ฤทธิ์กัดกร่อน เป็นการจัดทำแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บต่อระบบทางเดิน อาหารจากการกินสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ร่วมกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย โดย ทางราชวิทยาลัยฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ และมีการประชุมต่อเนื่องโดยอาศัย ข้อมูลเชิงประจักษ์มาประกอบการพิจารณาในการจัดทำ พร้อมทั้งได้จัดส่งให้สมาคมวิชาชีพแพทย์ อื่นๆ ได้พิจารณาจนได้ข้อสรุปและจัดพิมพ์เผยแพร่ให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ สรุปและอภิปรายผล: การได้รับอันตรายจากวัตถุอันตราย หรือสารพิษ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น ภายในบริเวณที่พักอาศัย และเป็นการกินมากที่สุด สาเหตุการได้อันตรายหรือได้รับพิษมีสาเหตุมา จากการตั้งใจมากที่สุด โดยกลุ่มยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านเรือน และ ผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตร เป็นสาเหตุมากที่สุด สำหรับวัตถุ อันตรายหรือสารพิษที่ทำให้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพมากที่สุดได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตร และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือนที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ข้อเสนอแนะ: เกือบทั้งหมดของผู้ป่วยที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากวัตถุอันตรายหรือสารพิษ มี สาเหตุหลักมาจากลุ่มผลิตภัณฑ์เพียง 2 กลุ่มได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารที่มีฤทธิ์กัด กร่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านเรือน และผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งรบกวน/ ศัตรูพืช/วัชพืชที่ใช้ในการเกษตร เพราะฉะนั้นควรจะมีการศึกษา ทบทวน มาตรการในการควบคุม อันตรายจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่มนี้เป็นพิเศษ เพื่อลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตลง นอกจากนี้การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ระบุถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ หรือชื่อผลิตภัณฑ์ จะทำให้ทราบถึง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นปัญหาได้อย่างชัดเจน |
| บรรณานุกรม | : |
อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . (2551). การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . 2551. "การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . "การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน จากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.
|
