| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี |
| นักวิจัย | : | กาญจนา ทองทั่ว |
| คำค้น | : | อุบลราชธานี |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG45E0014 , http://research.trf.or.th/node/2430 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยและดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อทำการศึกษาและสำรวจศักยภาพข้อจำกัด ของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนที่เหมาะสมที่จะนำมาจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 2. เพื่อศึกษารูปแบบและแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนบ้านวังอ้อ 3. เพื่อเสนอแนะรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้แก่ชุมชนที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับชุมชนบ้านวังอ้อ 4. เพื่อสร้างให้ชุมชนนักท่องเที่ยว มีจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรป่า 5. เพื่อศึกษา ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยทำการสัมภาษณ์เจาะลึกจากผู้ที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ให้ข้อมูล คนสำคัญจำนวน 15 คน เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ นอกจากนั้น ยังมีการเก็บข้อมูลจากเอกสาร การสังเกตในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการสำรวจพื้นที่ การศึกษาดูงานและการทดลองปฏิบัติของคณะผู้วิจัยจำนวน 42 คน ผลการศึกษาและดำเนินกิจกรรมพบว่า ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศจุดหลักคือป่าชุมชนดงใหญ่บ้านวังอ้อซึ่งมีลักษณะอุดมสมบูรณ์จากการร่วมกันดูแลของชุมชน มีศักยภาพในระดับปานกลาง แต่จุดเด่นอยู่ที่ประวัติความเป็นมา จากป่าที่ถูกทำลาย แล้วกลับฟื้นคืนสภาพที่อุดมสมบูรณ์จากความเข้มแข็งของชาวบ้านที่ช่วยกันดูแลรักษาและสำนึกของความเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน รูปแบบและแนวทางการท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ ความเข้าใจ การสร้างจิตสำนึกของชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยใช้การบรรยายโดยชุมชน เยาวชนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มี 2 รูปแบบคือ แบบเช้ามาเย็นกลับ และแบบพักค้างแรม มี 7 ฐานความรู้ คือ ฐานแผนที่ ฐานอนุรักษ์ไก่ป่า ฐานสมุนไพร ฐานทำลาย ฐานอนุรักษ์ ฐานเถาวัลย์ ฐานลำเซบาย หลังจากทดลองเปิดการท่องเที่ยวพบว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นทั้งองค์กรชุมชนชาวบ้านในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงได้มาท่องเที่ยว ศึกษาดูงานมากถึง 29 คณะในระยะเวลา 4 เดือน รายได้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นรายได้ทางอ้อม ซึ่งได้มาจากการซื้อสินค้ามากกว่าอัตราค่าบริการความภาคภูมิใจสูงสุดของชุมชนในบ้านวังอ้อในการเปิดการท่องเที่ยวคือ การได้รับการยอมรับ ยกย่อง ชื่นชมจากชาวบ้าน องค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีรายการ โทรทัศน์หลายช่องลงมาถ่ายทำรายการ รวมทั้งมีหมู่บ้านไม่น้อยกว่า 2 หมู่บ้านนำรูปแบบการท่องเที่ยวจากการได้มาศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงไปใช้ในหมู่บ้านของตัวเอง ปัญหาอุปสรรคในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นความไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของการเปิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนบ้านวังอ้อที่ต้องการเปิดป่าเพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างจิตสำนึกให้คนดูแลหวงแหนทรัพยากรป่า มากกว่ารายได้ที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวโดยตรงซึ่งจะสวนทางกับแนวคิดของการทำธุรกิจซึ่งนึกถึงค่าตอบแทนว่าคุ้มค่าหรือไม่ และสินค้าชุมชนซึ่งมีปริมาณไม่มากเนื่องจากชุมชนบ้านวังอ้อเป็นชุมชนที่มีการทำเกษตรตลอดทั้งปีจึงไม่มีช่วงว่างงาน คณะผู้วิจัยได้เสนอแนะให้กลุ่มผู้ดำเนินงานการจัดการท่องเที่ยวต้องเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวรู้ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการท่องเที่ยว รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับองค์กรชุมชนต่างๆ ที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านที่มีสินค้าชุมชนหลากหลาย นำมาวางจำหน่ายซึ่งจะเป็นรายได้ทางอ้อมของเครือข่ายป่าชุมชนบ้านวังอ้อและการทำให้เกิดความเอื้ออาทรดูแลซึ่งกันและกันของชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
กาญจนา ทองทั่ว . (2547). รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กาญจนา ทองทั่ว . 2547. "รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กาญจนา ทองทั่ว . "รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print. กาญจนา ทองทั่ว . รูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.
|
