ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : สุภาวดี มีสิทธิ์
คำค้น : แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG44N0002 , http://research.trf.or.th/node/2395
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการหารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมให้กับชุมชน ได้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลผ่านกระบวนการมีสาวนร่วมของชุมชน โดยมีที่มาจากความต้องการของชุมชนที่จะสามารถจัดการทรัพยากรด้วยจนเอง สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ชุมชนแม่ละนา ชุมชนจ่าโป “ ถ้ำแม่ละนา “ จึงนำมาซึ่งงานวิจัยดังนี้ 1) ข้อมูลด้านบริบทชุมชนของทั้ง 3 หมู่บ้าน 2) ข้อมูลการวิเคราะห์ศักยภาพ เงื่อนไขและข้อจำกัดของแต่ละชุมชนในการจัดการทรัพยากรและการท่องเที่ยว โดยชุมชนแม่ละนา เป็นชุมชนไทยใหญ่ ซึ่งมีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีภูมิปัญญาทางด้านสมุนไพร และในชุมชนเคยมีกลุ่มการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มาแล้วถึง 3 ยุค แต่มีปัญหาในการดำเนินการและการจัดการภายใน อีกทั้งมองในเรื่องรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวชุมชนจึงไม่สามารถดำเนินงานได้ สิ่งที่ค้นพบจากงานวิจัย คือ ชุมชนแม่ละนามีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบชุมชนในการดำรงชีวิต และมีวัฒนธรรมที่สืบทอดตั้งแต่สมัยโบราณ คือ งานปอยส่างลอง ทำให้เป็นที่น่าสนใจต่อผู้พบเห็น ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญ ในมุมมองของชุมชน ได้แก่ แม่ละนา ถ้ำเพชร ถ้ำไข่มุก และถ้ำข้าวแตก เป็นต้น ชุมชนบ่อไคร้ เป็นชุมชนลาหู่หรือมูเซอดำส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกาตรและเก็บหาของป่ามาจำหน่าย ในชุมชนบ่อไคร้ในเรื่องของการท่องเที่ยวที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชุมชนนานแล้ว โดยเป็นการท่องเที่ยวที่เกิดจากนักธุรกิจภายนอก การท่องเที่ยวจึงทำให้ชุมชนเป้นเพีบงทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นอาศัยวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นอยู่ของชุมชนเป็นจุดขาย ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในชุมชนมีพียงไม่กี่ราย คนส่วนใหญ่จึงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีการพูดคุยในเรื่องของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทำให้คนในชุมชนเกิดความสนใจเพราะจะได้ทำให้เกิดการกระจายรายได้ สิ่งที่น่าสนใจในชุมชนนอกจากเรื่องวัฒนธรรมและความเชื่อในการนับถือผีที่ยังคงมีการสืบทอดกันมาแล้ว ยังมีพื้นที่การเดินป่าที่น่าสนใจ มีแหล่งท่องเที่ยวคือ ถ้ำที่อยู่ภายในบริเวณหมู่บ้าน และสามารถเชื่อมทางเดินป่าไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ ชุมชนจ่าโบ่ เนื่องจากเป็นชุมชนลาหู่เหมือนบ่อไคร้ การดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจึงไม่ได้มีความแตกต่างกัน แต่ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น ในชุมชนไม่เคยมีเรื่องการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเพียงหมู่บ้านทางผ่าน การให้ความสนใจกับเรื่องการทำให้เกิดการจัดการท่องเที่ยวในชุมชนจึงไม่เกิดขึ้นเพราะไม่มีประสบการณ์และขาดความสนใจในส่วนนี้ 3) ข้อสรุปในการจัดการร่วมกัน 3 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบ้าน โดยหมู่บ้านแม่ละนามีความพร้อมที่จะร่วมจัดการส่วนบ่อไคร้มีความพร้อมเพียงส่วนหนึ่งในการจัดการแต่ยังไม่แน่ใจ ในขณะที่บ้านจ่าโบ่จะเป็นกลุ่มที่ร่วมศึกษาเรียนรู้กระบวนการไปพร้อมกับบ่อไคร้และแม่ละนาในช่วงที่ 2 4) ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานวิจัย พบว่าชุมชนแม่ละนามีกลุ่มในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชน มีสมาชิกจำนวน 18 คน มีการเปลี่ยนแนวความคิดจากการท่องเที่ยวที่มองเพียงถ้ำแม่ละนามาเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และร่วมกันรักษาทรัพยากรพร้อมกับฟื้นฟูวัฒนธรรมที่มีอยู่ บ่อไคร้มีการทดลองทำกิจกรรม และมีแผนในการพัฒนาในเรื่องการท่องเที่ยวกับชุมชนตนเอง แต่ไม่มีการดำเนินงานทำให้ไม่มีความเคลื่อนไหวในชุมชน ส่วนจ่าโบ่เข้าร่วมศึกษาและไม่มีความเคลื่อนไหวในงานวิจัยกับชุมชนเช่นเดียวกัน

บรรณานุกรม :
สุภาวดี มีสิทธิ์ . (2546). การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุภาวดี มีสิทธิ์ . 2546. "การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุภาวดี มีสิทธิ์ . "การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print.
สุภาวดี มีสิทธิ์ . การจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในชุมชนแม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.