| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน |
| นักวิจัย | : | ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ |
| คำค้น | : | คนติดยาเสพติด -- สุขภาพจิต , ยาเสพติด , การติดยาเสพติด , แอมฟิตะมิน , เฮโรอีน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อรรถพล สุคนธารมย์ ณ พัทลุง , ศิริลักษณ์ ศุภปีติพร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743333312 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6830 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 ศึกษาสภาพจิตใจและสภาพสังคมของผู้ป่วยรายใหม่ที่มารับการรักษา ณ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 350 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสัมภาษณ์สภาพทางสังคม และแบบสัมภาษณ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งมีโครงสร้างในผู้ป่วย 10 ราย ค่าสถิติที่ใช้ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าฐานนิยม ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และเปรียบเทียบความแตกต่างโดย Chi-square test, Fisher's exact test และ Unpaired t-test ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS PC+ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยเสพยาบ้าจำนวน 302 คน และผู้ป่วยเสพเฮโรอีนจำนวน 48 คน ผู้ป่วยเริ่มเสพยาเสพติดเมื่ออายุเฉลี่ย 16.58+_3.31 ปี (อายุต่ำสุด = 11 ปี, อายุสูงสุด = 29 ปี) ผู้ป่วยเสพยาเสพติดก่อนมารับการรักษาเป็นระยะเวลาโดยเฉลี่ย 26.61+_17.72 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 62.6 ได้รับการชักจูงให้เสพยาเสพติดจากเพื่อน ผู้ป่วยร้อยละ 94.7 เคยมีเพื่อนเสพยาเสพติด ผู้ป่วยร้อยละ 91.7 เคยได้รับความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 95.2 สามารถหาซื้อยาเสพติดได้ง่ายภายในเวลา 10 นาที 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยเสพยาบ้ามีช่วงอายุที่ใช้ยาเสพติดครั้งแรก ต่ำกว่าผู้ป่วยเสพเฮโรอีนอย่างมีนัยสำคัญ (p-value<0.05) ผู้ป่วยเสพยาบ้าใช้ยาเสพติดมาเป็นระยะเวลานานน้อยกว่า ผู้ป่วยเสพเฮโรอีนอย่างมีนัยสำคัญ (p-value<0.05) และ ผู้ป่วยเสพยาบ้าใช้เงินในการซื้อหายาเสพติดน้อยกว่า ผู้ป่วยเสพเฮโรอีนอย่างมีนัยสำคัญ (p-value<0.05) ส่วนใหญ่สภาพปัญหาจิตใจของผู้ป่วยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.4 คือ ภาวะผิดปกติทางอารมณ์ (Mood disorder) โดยพบว่าผู้ป่วยร้อยละ 42.3 มีความผิดปกติทางจิตชนิดคลุ้มคลั่ง (Manic disorder) และร้อยละ 34.9 มีความผิดปกติทางจิตชนิดซึมเศร้ารุนแรง (Major depressive disorder) ผู้ป่วยเสพยาบ้ามีอัตราการเกิดความผิดปกติทางจิตชนิดหวาดกลัว (Panic attack) และความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดคลุ้มคลั่ง (Manic disorder) มากกว่าผู้ป่วยเสพเฮโรอีนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) จากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสพยาบ้าและเฮโรอีนของผู้ป่วยคือ ปัญหาครอบครัว ความรู้สึกด้วยคุณค่าของตนเอง การมีเพื่อนที่ใช้ยาเสพติด การถูกชักชวนให้ใช้ยาเสพติดโดยกลุ่มเพื่อน สามารถหาซื้อยาเสพติดได้ง่ายในชุมชน และสภาพปัญหาทางจิตใจที่เกิดจากการใช้ยาเสพติด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดต้องการให้สังคมยอมรับ เพื่อช่วยให้มีกำลังใจที่จะเลิกเสพยาเสพติด |
| บรรณานุกรม | : |
ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ . (2542). ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ . 2542. "ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ . "ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. ก.สินศักดิ์ สุวรรณโชติ . ปัจจัยทางจิต-สังคมของผู้ป่วยรายใหม่ ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ด้วยภาวะผิดปกติจากการใช้ยาบ้าและเฮโรอีน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
