| ชื่อเรื่อง | : | วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม |
| นักวิจัย | : | จิตาสา กองแก้ว |
| คำค้น | : | สถาปัตยกรรม -- องค์ประกอบ , การออกแบบสถาปัตยกรรม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปรีชญา สิทธิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9743349952 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5573 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 การเคลื่อนไหว (Movement) เป็นหลักการพื้นฐานสำคัญในการออกแบบ ก่อให้เกิดการรับรู้ทางสายตา สร้างความสนใจ ความต่อเนื่อง ประสบการณ์ ชีวิตชีวา ความพิศวง และสะท้อนการไม่หยุดนิ่ง แนวความคิดของการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวเด่นชัด ในทัศนศิลป์ในสถาปัตยกรรมแนวความคิดของการเคลื่อนไหวได้รับสนใจมาก การเคลื่อนไหวมี 2 ประเภท คือ การเคลื่อนไหวแบบรูปธรรมและการเคลื่อนไหวแบบนามธรรม วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาการเคลื่อนไหวแบบนามธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์วิธีการออกแบบ ให้เกิดการเคลื่อนไหวดังกล่าวในสถาปัตยกรรม คือ การเคลื่อนไหวของที่ว่าง การเคลื่อนไหวของรูปทรง และการเคลื่อนไหวขององค์ประกอบ การศึกษาครั้งนี้อาศัยการทบทวนวรรณกรรม วิธีทำให้เกิดการเคลื่อนไหวจากแนวความคิดในทัศนศิลป์ สรุปได้วิธีจึงนำผสมผสานกับการจัดองค์ประกอบพื้นฐาน ให้เกิดการเคลื่อนไหวในการออกแบบ และแนวความคิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรมตามลำดับ สรุปวิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม จะเป็นเครื่องมือที่นำไปวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของวิธีการออกแบบ ให้เกิดการเคลื่อนไหวของที่ว่าง การเคลื่อนไหวของรูปทรง และการเคลื่อนไหวในองค์ประกอบ การศึกษาได้วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม 12 วิธี เป็นวิธีหลัก แต่ละวิธีมีวิธีย่อยสรุปรวมได้ 34 วิธี แต่ละวิธีมีดังนี้ 1) การสัมพันธ์กับธรรมชาติ 1.1 รูปทรงสิ่งมีชีวิต 1.2 การเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่ของวัตถุใดๆ 1.3 การแสดงถึงแรงกระทำและผลของแรงกระทำ 1.4 การแสดงถึงการเจริญเติบโต 2) การสร้างทิศทาง 2.1 ทิศทางตามแนวเส้น 2.2 ทิศทางตามแนวรัศมี 2.3 การเปิดช่อง 3) การทำให้ไม่คงที่ ไม่มั่นคง 3.1 ไม่สมมาตร 3.2 การเอียง 3.3 การทำตรงข้ามแรงดึงดูด 4) การสร้างจังหวะ 4.1 จังหวะซ้ำ 4.2 จังหวะสลับ 4.3 จังหวะก้าวหน้า 4.4 จังหวะต่อเนื่อง 5) Positive-Negative/Reversible 5.1 Positive-Negative 5.2 Reversible 6) Moire 6.1 Subtractive Moire 6.2 Additive Moire 7) การทำให้ผิดรูป 7.1 การทำให้ผิดรูปเพียงบางส่วน 7.2 การทำให้ผิดรูปทั้งตาราง 8) การผสมผสานทางสายตา 8.1 Pointillist 8.2 Proximilty 9) การแยก/การแตกกระจาย 9.1 การแยก 9.2 การแตกกระจาย 10) การใช้ Diagram 10.1 การเคลื่อน 10.2 การหมุน 10.3 การวางซ้อนกัน 10.4 การพับ 11) การเปลี่ยนรูป 11.1 การสร้างลำดับขั้น 11.2 การเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ 11.3 Animate Form 12) การทำให้เกิดแสงและเงา 12.1 ความแตกต่างของแสงและเงา 12.2 ลวดลายของแสงและเงา 12.3 การสะท้อน การทดสอบวิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้จริง ใช้หลักการจากตารางจำแนกรูปร่างลักษณะที่สร้างขึ้นจากวิธีการหลัก 12 วิธีและวิธีการย่อยนี้ ใช้จำนวนตัวอย่าง 120 ตัวอย่าง โดยวิเคราะห์ว่าตัวอย่างนั้นใข้วิธีการออกแบบที่ได้จากการวิจัยหรือไม่ การสรุปผลเสนอวิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวของรูปทรง การเคลื่อนไหวของที่ว่าง และการเคลื่อนไหวขององค์ประกอบด้วยการพิจารณาองค์ประกอบของพื้นผนังและหลังคา |
| บรรณานุกรม | : |
จิตาสา กองแก้ว . (2543). วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิตาสา กองแก้ว . 2543. "วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิตาสา กองแก้ว . "วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. จิตาสา กองแก้ว . วิธีการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวในสถาปัตยกรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
