| ชื่อเรื่อง | : | กลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก |
| นักวิจัย | : | กุลธิดา สมอดิศร, 2522- |
| คำค้น | : | สำนักงานสถาปนิก--การตลาด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปรีชญา สิทธิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741742576 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2329 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 สำนักงานสถาปนิกต้องมีการคำนึงถึงผลทางด้านธุรกิจเช่นเดียวกับองค์กรของธุรกิจเอกชนทั่วไป เพื่อให้สำนักงานสามารถดำเนินงานต่อไปได้และเพื่อการพัฒนาสำนักงาน แต่สำนักงานสถาปนิกเป็นองค์กรบริการวิชาชีพ ซึ่งจะต้องดำรงตนอยู่ภายใต้จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และรักษามาตรฐานแห่งการปฏิบัติวิชาชีพที่ดี เพราะฉะนั้นกลยุทธ์การตลาดของสำนักงานสถาปนิกจึงมีความแตกต่างจากองค์กรของธุรกิจเอกชนทั่วไป การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการและทฤษฎีการตลาด และวิเคราะห์หาส่วนที่นำมาประยุกต์ใช้กับสำนักงานสถาปนิกได้ ศึกษาจรรยาบรรณและหลักการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม ศึกษาลักษณะต่างๆของสำนักงานสถาปนิก และกลยุทธ์การตลาดที่สำนักงานสถาปนิกในประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อสรุปกลยุทธ์การตลาดสำหรับ สำนักงานสถาปนิก โดยต้องอยู่ภายใต้กรอบจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม การวิจัยนี้ดำเนินการวิจัยโดยศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทฤษฎีการตลาด หลักการปฏิบัติวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ และลักษณะเฉพาะด้านการตลาดของสำนักงานสถาปนิก เพื่อสรุปกลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก และนำกลยุทธ์การตลาดที่สรุปได้ไปสัมภาษณ์ผู้บริหารสำนักงานสถาปนิกกลุ่มตัวอย่างเพื่อให้ทราบถึงการใช้ กลยุทธ์การตลาดของสำนักงานสถาปนิกในปัจจุบัน และผลจากการใช้กลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นสำนักงานสถาปนิกที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และยังคงให้บริการวิชาชีพสถาปัตยกรรมอยู่ในเวลาที่ทำการวิจัย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สำนักงานสถาปนิกขนาดเล็ก สำนักงานสถาปนิกขนาดกลาง และสำนักงานสถาปนิกขนาดใหญ่ หลังจากนั้นผู้วิจัยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ และสรุปกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมสำหรับสำนักงานสถาปนิก ผลการวิจัยพบว่าสำนักงานทุกแห่งมีการทำการตลาดเชิงรับ ส่วนการตลาดเชิงรุกนั้นทำในสำนักงานสถาปนิกขนาดเล็กในสัดส่วน 11/16 สำนักงานขนาดกลางในสัดส่วน 10/13 และสำนักงานขนาดใหญ่ทุกแห่ง โดยสำนักงานขนาดใหญ่จะมีระดับการใช้กลยุทธ์การตลาดที่มากกว่าสำนักงานขนาดอื่นๆ ซึ่งผู้บริหารสำนักงานส่วนใหญ่เห็นว่าการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสำนักงานสถาปนิก แต่อุปสรรคของการทำการตลาดของสำนักงาน คือ ผู้บริหารส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติ วิชาชีพด้วยจึงไม่มีเวลาทำการตลาด โดยเฉพาะการตลาดเชิงรุก และสำนักงานส่วนใหญ่จะไม่มีการวางแผนการตลาดอย่างเป็นขั้นตอน แต่จะเกิดจากประสบการณ์ในการทำงาน และจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารโดยตรง ผู้วิจัยสามารถสรุปกลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิกได้ 15 วิธี ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 7 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์เฉพาะของสำนักงาน 2. กลยุทธ์การกำหนดลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพ 3. กลยุทธ์การเข้าไปติดต่อลูกค้า 4. กลยุทธ์การสร้างโอกาสในการับงานจากลูค้า 5. กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงาน 6. กลยุทธ์การรักษาลูกค้า และ 7. กลยุทธ์การขยายตลาด ทั้งนี้สำนักแต่ละแห่งก็ต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกันเนื่องจากปัจจัยภายใน และเป้าหมายของสำนักงานแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน ผู้วิจัยมีความเห็นว่า สำนักงานสถาปนิกทุกแห่งควรให้ความสำคัญและมีการพัฒนาด้านการตลาดควบคู่ไปกันการปฏิบัติวิชาชีพที่ดี เพื่อให้สำนักงานสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคง แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในกรอบของจรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งการประกอบวิชาชีพ เพราะฉะนั้นจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรมก็ควรมีการกำหนดขอบเขตและรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
กุลธิดา สมอดิศร, 2522- . (2546). กลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กุลธิดา สมอดิศร, 2522- . 2546. "กลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กุลธิดา สมอดิศร, 2522- . "กลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. กุลธิดา สมอดิศร, 2522- . กลยุทธ์การตลาดสำหรับสำนักงานสถาปนิก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
