| ชื่อเรื่อง | : | การกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า และการตกตะกอนทางเคมี |
| นักวิจัย | : | วรรษวรรณ เที่ยงวรรณกานต์ |
| คำค้น | : | น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดสี , สีย้อมและการย้อมสี , การรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า , การตกตะกอน (เคมี) , การรวมตะกอน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741736207 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5219 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 ศึกษาการบำบัดน้ำเสียสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้ กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้าและการตกตะกอนทางเคมี ซึ่งแบ่งเป็น 3 การทดลอง การทดลองที่ 1 ศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมที่สุดของการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า ในการกำจัดสีในน้ำเสียสังเคราะห์สีแดง (CI Reactive Red 180) ความเข้มข้น 200 mg/l ซึ่งจะปรับเปลี่ยนชนิดของขั้วไฟฟ้าโดยใช้ขั้วเหล็ก อะลูมิเนียม และแสตนเลส ปรับเปลี่ยนค่าความต่างศักย์ 3 ค่า คือ 10 20 และ 30 โวลต์ ปรับเปลี่ยนค่าเวลาเก็บกักตั้งแต่ 0.5-3 ชม0 ขนาดพื้นที่หน้าตัดของขั้วไฟฟ้า 8 ค่า คือ 0.5x6.5, 3x6.5, 4x6.5, 5x6.5, 6.5x6.5, 8x6.5 และ 11x6.5 ตร.ซม. ค่าพีเอช 4 ค่า คือ พีเอช 3 พีเอช ปกติ พีเอช 7 และพีเอช10 และปรับค่าความนำไฟฟ้าให้เท่ากับค่าความนำไฟฟ้า ของน้ำเสียรวมและน้ำเสียจากหม้อย้อมเป็น 7.2 ms/cm กับ 72 ms/cm พบว่าสภาวะที่เหมาะสมคือ ใช้ขั้วเหล็กขนาด 3x6.5 cm ขึ้นไป ใช้ความต่างศักย์ที่ 30 โวลต์โดยใช้เวลา 1.5 ชม. ถ้าไม่ปรับค่าความนำไฟฟ้า แต่ถ้าปรับค่าความนำไฟฟ้าเป็น 7.2 ms/cm จะใช้ความต่างศักย์ที่ 6.4 โวลต์ และเวลาที่ใช้จะเหลือเพียง 30 นาที และการทดลองที่ 2 จะศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการตกตะกอนทางเคมี ที่ไม่ผ่านและหลังผ่านการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า จากผลการทดลองพบว่าการใช้วิธีการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ก็สามารถกำจัดสีได้มีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการตกตะกอนทางเคมีร่วมด้วย โดยสามาารถกำจัดสีได้สูงมากถึง 96% ขึ้นไป ส่วนประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีไม่สูงมากนักเพียง 55% ซึ่งยืนยันได้ว่าการกำจัดสีไม่ได้เกิดจาการตกตะกอนของสีย้อมเพียงอย่างเดียว แต่สีมีการเปลียนโครงสร้างของสีย้อมโดยเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น พีเอชของน้ำหลังการทดลองมีค่าสูงมากขึ้นเท่ากับ 9 อุณหภูมิมีค่าสูงขึ้นถึง 38 ํC เนื่องจากกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ปริมาณตะกอนที่เกิดขึ้นเท่ากับ 40 มล./ลิตร การทดลองที่ 3 คือการศึกษาหาประสิทธิภาพการกำจัดสีของน้ำเสียจริงจากโรงฟอกย้อม โดยใช้น้ำเสียรวมก่อนผ่านการบำบัดและน้ำเสียจากหม้อย้อมซึ่งมีความเข้มข้นสี 500 mg/l โดยใช้สภาวะที่เหมาะสมจากการทดลองข้างต้น แต่มีการเปลี่ยนระยะเวลาที่ใช้ทดลองและค่าความต่างศักย์เป็น 2 นาที และ 6.4 โวลต์ สำหรับน้ำเสียรวม เนื่องจากมีค่าความเข้มสีน้อยลงและค่าความนำไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าเท่ากับ 2.7 บ./ลบ.ม. และสำหรับน้ำเสียจากหม้อย้อมจะใช้เวลาเท่ากับ 1.5 ชม.เพราะความเข้มสีสูงขึ้นและความต่างศักย์เท่ากับ 2 โวลต์ เนื่องจากค่าความนำไฟฟ้ามีค่าเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งมีผลต่อค่าความต้านทานไฟฟ้าและค่าความต่างศักย์ โดยค่าไฟฟ้าเท่ากับ 31.95 บ./ลบ.ม. จากผลการทดลองพบว่าประสิทธิภาพในการกำจัดสีจะมากถึงร้อยละ 85 และ 98 ขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ |
| บรรณานุกรม | : |
วรรษวรรณ เที่ยงวรรณกานต์ . (2546). การกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า และการตกตะกอนทางเคมี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรรษวรรณ เที่ยงวรรณกานต์ . 2546. "การกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า และการตกตะกอนทางเคมี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรรษวรรณ เที่ยงวรรณกานต์ . "การกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า และการตกตะกอนทางเคมี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. วรรษวรรณ เที่ยงวรรณกานต์ . การกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟโดยการใช้กระบวนการรวมตะกอนด้วยไฟฟ้า และการตกตะกอนทางเคมี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
