ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน
นักวิจัย : อรนุช เฉลิมสกุลรัตน์
คำค้น : พอร์ซเลนทางทันตกรรม , ทันตกรรมจัดฟัน , แบรกเก็ตเซรามิก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วัชระ เพชรคุปต์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743338217 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3877
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อศึกษาความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกของแบรกเกตเซรามิกที่มีการออกแบบฐานที่มีลักษณะการยึดติดแบบพันธะเชิงกลแตกต่างกัน 3 ชนิด (แบรกเกตเซรามิกรุ่น Transcend series 6000, แบรกเกตเซรามิกรุ่น 20/40m และแบรกเกตเซรามิก รุ่น Crytaline) เทียบกับแบรกเกตเหล็กกล้าไร้สนิมที่มีลักษณะของฐานแบรกเกตเป็นร่องในแนวนอนร่วมกับร่องรูปตัววี (Dyna-lock) และเพื่อเปรียบเทียบบริเวณที่เกิดความล้มเหลวในการยึดติดภายหลังการหลุดของแบรกเกตเซรามิกที่มีการออกแบบฐานแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจงแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 30 ชิ้น ทำการติดแบรกเกตบนฟันกรามน้อยที่ถอนจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันทั้งหมด 120 ซี่ ด้วยวัสดุยึด Concise ชิ้นงานตัวอย่างถูกฝังลงในท่อพีวีซีด้วยอะคริลิกเรซิน และเก็บในน้ำที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทำการทดสอบค่ากำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกด้วยเครื่องทดสอบแรงทั่วไป (Instron universal testing machine) และทำการตรวจสอบบริเวณที่เกิดความล้มเหลวในการยึดติดภายหลังการหลุดของแบรกเกตด้วยกล้องจุลทรรศน์สามมิติ กำลังขยาย 30 เท่า วัดค่าการเหลืออยู่ของวัสดุยึดบนตัวฟันด้วยค่าดัชนีการเหลืออยู่ของวัสดุยึด (ARI) การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทิศทางเดียว (One way ANOVA) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ถ้าผลของการวิเคราะห์มีความแตกต่างกัน ทดสอบความแตกต่างของแต่ละคู่ด้วยการทดสอบเชฟเฟ่ (Scheffe's test) และการทดสอบความแตกต่างของบริเวณที่เกิดความล้มเหลวในการยึดติดใช้สถิติการทดสอบของครัสคาล-วอลลิส (Kruskal-Wallis's test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าเฉลี่ยกำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกของแบรกเกตเซรามิกที่มีลักษณะการออกแบบฐานแตกต่างกัน โดยแบรกเกตเซรามิกรุ่น 20/40m ให้ค่ากำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกมากที่สุด รองลงมาคือ แบรกเกตเซรามิกรุ่น Crytaline และแบรกเกตเซรามิกรุ่น Transcend series 6000 ตามลำดับ โดยแบรกเกตเซรามิกทุกกลุ่มให้ค่ากำลังแรงยึดแบบเฉือน/ปอกที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในคลินิก บริเวณที่เกิดความล้มเหลวในการยึดติดพบที่บริเวณระหว่างแบรกเกตและวัสดุยึดคิดเป็นร้อยละสูงสุดในแบรกเกตทุกกลุ่ม โดยไม่พบการแตกหักของผิวเคลือบฟันภายหลังการหลุดของแบรกเกต

บรรณานุกรม :
อรนุช เฉลิมสกุลรัตน์ . (2542). การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรนุช เฉลิมสกุลรัตน์ . 2542. "การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรนุช เฉลิมสกุลรัตน์ . "การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
อรนุช เฉลิมสกุลรัตน์ . การศึกษาเปรียบเทียบแรงยึดเชิงกลของแบรกเกตเซรามิก 3 ชนิดที่มีลักษณะของฐานแตกต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.