| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา |
| นักวิจัย | : | สุพจน์ แสงเงิน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4440014 , http://research.trf.or.th/node/1206 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยในหัวข้อเรื่อง กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงบริบทของชุมชน กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนและการปรับตัวของ ชุมชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง โรงเรียนกับชุมชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน โดยทำการศึกษาเฉพาะกรณี ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 แขวงโคกแฝก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ทำการศึกษาด้วยระเบียบวิธีการวิจัยใน 3 ลักษณะ คือการวิจัยเชิงปริมาณเป็นการศึกษาเพื่อรวบรวมข้อมูลในภาพรวมต่างๆ ของบริบทชุมชน การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียดของประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเป็นการศึกษาเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งนี้ผู้วิจัยทำการศึกษาจากบุคคลในกลุ่มเป้าหมาย 3 องค์กร คือ องค์กรโรงเรียน องค์กรชุมชน และองค์กรรัฐ โดยทำการศึกษาในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 15 มีนาคม 2544 – 14 มีนาคม 2546 การศึกษาบริบทชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา ผลการศึกษาพบว่าชุมชนแผ่นดินทอง คอยรุตตั๊กวาเป็นชุมชนอิสลามแห่งหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาประมาณ 150 ปี โดยมีบรรพบุรุษ ผู้ก่อตั้งชุมชน คือ นายอิบรอฮีมและนางซานี สองสามีภรรยาที่อพยพย้ายถิ่นจากปัตตานีมายังคลอง แสนแสบ ในปัจจุบันชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีจำนวนครัวเรือน 163 ครัวเรือน จำนวนประชากร 677 คน แยกเป็นเพศชาย 354 คนและเพศหญิง 323 คน โดยประชากรส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวและวัยผู้ใหญ่คือ มีช่วงอายุระหว่าง 11 – 20 ปี และช่วงอายุระหว่าง 31 – 40 ปี เมื่อทำการศึกษาถึงลักษณะทางเศรษฐกิจของชุมชน พบว่าสมาชิกในชุมชนแผ่นดินทอง คอยรุตตั๊กวาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างตามบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม ถึงร้อยละ 28.8 รองลงมาประกอบอาชีพรับราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ / ลูกจ้างในหน่วยงานราชการร้อยละ 9.8 สำหรับลักษณะทางการปกครองของชุมชนพบว่าชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีการปกครองใน 3 ลักษณะ คือ การปกครองแบบท้องถิ่น การปกครองโดยแบ่งออกเป็น 12 กลุ่มบ้าน และ การปกครองโดยผู้นำศาสนาอิสลาม ในส่วนลักษณะทางสังคมของชุมชนพบว่าชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีลักษณะทางสังคมเป็นแบบสังคมชนบทผสมผสานกับสังคมเมือง แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีความเป็นสังคมชนบทที่เห็นได้ชัดเจนอาทิเช่น การมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การมีความสัมพันธ์ทางสังคมในระบบเครือญาติ การยึดมั่นตามหลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม ดังเห็นได้จากชาวบ้านในชุมชนเกือบทั้งหมดประมาณร้อยละ 95.0 เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามโดยยึดแนวปฏิบัติตามหลักการของศาสนาในคัมภีร์อัล – กุรอาน และแบบอย่างของศาสดาโมฮัมหมัดอย่างเคร่งครัด นอกเหนือจากลักษณะดังกล่าวแล้วในชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวายังคงมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่ดำเนินควบคู่ไปกับลักษณะทางสังคม มีการผสมผสานทางสังคมและวัฒนธรรมอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยแสดงออกมาในลักษณะของพฤติกรรมที่ส่งผ่านทางการปฏิบัติตามประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีมาแต่ในอดีตเช่น การยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักศรัทธา 6 ประการและหลักปฏิบัติ 5 ประการ ตลอดจนการปฏิบัติอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม เมื่อทำการศึกษาถึงกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา ผลการศึกษาพบว่าชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาเป็นชุมชนที่มี เป้าหมายหลักในการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาสมาชิกในชุมชนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งร่างกาย สติปัญญาและจิตใจ โดยการเรียนรู้ดังกล่าวเกิดจากการเรียนรู้ทั้งในระบบโรงเรียน นอกระบบ โรงเรียนและในวิถีชีวิต (การเรียนรู้ตามอัธยาศัย) ทั้งนี้มีปัจจัยพื้นฐานที่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน 5 ประการ คือ จิตสำนึกร่วมภายในชุมชน ความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แรงผลักดันจากผู้นำชุมชน การสร้างเครือข่ายชุมชน และการประสานงานกับหน่วยงาน ภาครัฐ ในส่วนของการศึกษาองค์ประกอบหลักของกระบวนการเรียนรู้ พบว่าประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลักคือแหล่งการเรียนรู้ องค์ความรู้ วิธีการเรียนรู้ โดยแหล่งการเรียนรู้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 แหล่งใหญ่ คือ ครอบครัว มัสยิดคอยรุตตั๊กวา ผู้นำในชุมชน และสถาบันการศึกษา ในส่วนขององค์ความรู้และวิธีการเรียนรู้นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะเช่นเดียวกันคือ องค์ความรู้และวิธีการเรียนรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และองค์ความรู้และวิธีการเรียนรู้ที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ในวิถีชีวิต สำหรับการศึกษาขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาพบว่ามี 5 ขั้นตอน คือ การรับรู้และตระหนักในปัญหา การคิดวิเคราะห์ปัญหา การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา การดำเนินการแก้ไขปัญหา และการประเมินผลการแก้ไขปัญหา โดยขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ ทั้ง 5 ขั้นตอนนี้ เกิดจากการเรียนรู้โดยผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จัดทำขึ้นมาภายใต้กรอบแนวคิด “รู้อดีต คิดปัจจุบัน ทันอนาคต” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน ที่นำมาผนวกกับความรู้ใหม่ที่มาจากภายนอกชุมชน จนก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และปรากฎออกมาเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนในลักษณะของแผนแม่บทชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ในส่วนการศึกษาการปรับตัวของชุมชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน แผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา ผลการศึกษาพบว่าชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีการปรับตัวใน 2 ลักษณะ คือการปรับตัวทางเศรษฐกิจ และการปรับตัวทางสังคมและวัฒนธรรม การปรับตัวทางเศรษฐกิจนั้นปรากฎออกมาใน 3 ด้านคือ ด้านการผลิต ด้านการบริโภค และด้านการกระจายผลผลิต ส่วนการปรับตัวทางด้านสังคมและวัฒนธรรมปรากฎออกมาในรูปแบบต่างๆ คือ การปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต การจัดแบ่งเป็นกลุ่มบ้าน การสร้างระบบความสัมพันธ์แบบเกื้อกูลใน ชุมชน กระบวนการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรมและการปลูกฝังหลักคำสอนทางด้านศาสนาอิสลาม เมื่อทำการศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาพบว่ามีปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัว 2 ปัจจัยคือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในประกอบด้วยการให้คุณค่ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน การสะสมความรู้และประสบการณ์เชิงเกษตรกรรม ภาวะ ความเป็นผู้นำชุมชนและความตื่นตัวและความรับผิดชอบของชุมชน ในส่วนของปัจจัยภายนอกประกอบด้วยการแพร่กระจายความเจริญแบบสังคมเมือง เศรษฐกิจภายนอกชุมชน การศึกษาของชุมชน การแพร่ขยายอิทธิพลของสื่อมวลชน และความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกชุมชน นอกจากนั้นเมื่อทำการศึกษาถึงกลยุทธ์การปรับตัวของชุมชนพบว่าชุมชนใช้วิธีการดึงเอาจุดแข็งหรือจุดเด่นของชุมชนมาเป็นกลยุทธ์ในการปรับตัวของชุมชนซึ่งได้แก่ การยึดหลักคำสอนของศาสนา ระบบเครือญาติ การศึกษา การสื่อสาร และการมีส่วนร่วม นอกจากนั้นเมื่อทำการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา ผลการศึกษาพบว่าโรงเรียนอิสลามลำไทรกับชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีความสัมพันธ์ที่ดีมาตั้งแต่ในอดีตอันเนื่องจากบรรพบุรุษชุมชนได้ร่วมกันเสียสละทรัพย์ และแรงงานร่วมกันสร้างโรงเรียนอิสลามลำไทรขึ้นมา และในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนก็ยิ่งแน่นเฟ้นมากยิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากชุมชนมองเห็นความสำคัญของการศึกษาที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงได้ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนอย่างเต็มที่จนกระทั่งชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาเป็นชุมชน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาในระดับก่อนอนุบาล (ระดับเด็กเล็ก) จนถึงระดับปริญญาตรี ดังนั้นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง โรงเรียนกับชุมชนจึงเกิดขึ้นในลักษณะ 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ การสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นทางการนั้นประกอบไปด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้คือ การจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาโรงเรียนอิสลามลำไทร การจัดตั้งเครือข่ายผู้ปกครอง การจัดทำและเผยแพร่วารสารประชาสัมพันธ์โรงเรียน การจัดการประชุมผู้ปกครอง และการจัดทำโครงการหรือ กิจกรรมร่วมกัน ในส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการนั้นประกอบด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้คือ การเกื้อกูลพึ่งพาอาศัยกันและกัน การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการออกเยี่ยมเยียนผู้ปกครองนักเรียน และเมื่อทำการศึกษาถึงปัจจัยที่นำไปสู่การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนพบว่า มีปัจจัยทั้งภายในโรงเรียนอิสลามลำไทรซึ่งประกอบด้วย ทัศนคติของผู้บริหารที่มีต่อชุมชน ทัศนคติของบุคลากรโรงเรียนที่มีต่อชุมชน อาคารสถานที่และอุปกรณ์ของโรงเรียน แหล่งความรู้ของโรงเรียนและชุมชน และงบประมาณของโรงเรียน ในขณะที่ปัจจัยภายในชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาประกอบด้วย การสืบสาน เจตนารมณ์ต่อจากบรรพบุรุษและความสำนึกในการเป็นเจ้าของโรงเรียน นอกเหนือจากปัจจัย ดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยการเข้ามาของหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้ามาในลักษณะของการจัดทำกิจกรรมหรือโครงการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่ชุมชน นอกจากนั้นเมื่อทำการศึกษาถึงบทบาทของโรงเรียนและชุมชนในการทำงานร่วมกัน ผลจากการศึกษาพบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนนั้นมีบทบาทที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และมักปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนได้แก่ การร่วมทำกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่แสดงออกมาในลักษณะของการแสดงบทบาทร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์ สำหรับข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ควรมีการพัฒนาชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบัน การศึกษา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของชุมชน และในส่วนขององค์กรทางสังคมของชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา (ชุมชน มัสยิด และโรงเรียน) ควรจัดให้มีการเรียนรู้ในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวคิดร่วมกันให้มากขึ้นและกระทำอย่างต่อเนื่อง จนก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่จะพัฒนาชุมชนไปสู่ความเข้มแข็งที่สามารถพึ่งตนเอง โดยลดการพึ่งพิงภายนอกลงให้เหลือน้อยที่สุด และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในลักษณะของ “บรม” ให้มีวิถีของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ นอกจากนั้นควรมีการประสานความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา มัสยิดคอยรุตตั๊กวาและโรงเรียนอิสลามลำไทร นำผลการวิจัยมาสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากร ผลผลิต ภูมิปัญญาของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นความสำคัญไปที่ “การสร้างคน สร้างปัญญา และพัฒนาจิตใจ” ให้เกิดขึ้น อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งที่แท้จริงและยั่งยืนให้เกิดขึ้นแก่ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาสืบต่อไปในอนาคต The topic of the research is ‘ Community ‘s Learning Process to Develop Strength.’ The objective of the research is to study a community’s context, Learning Process and self – adaptation, which have an impact on the development of the community’s strength. The relationship of a school and the community, which affects the community’s strength, is studied. The Koi Rookttakwa Golden Land Community’s strength, is studied. The community is located at Moo 5, Kwang Koakphag, Nongjork district, Bangkok. The research is conducted in 3 areas; Quantitative Research to collect overall information of the community’s context, Qualitative Research to study to study in depth of the issues that affect the development of the community’s strength and Cooperative Practical Research to develop learning potential Research to develop learning potential that affects the community’s strength. The researcher conducted the study among three prospected organizations; school organizations, community organizations and public organizations. According to the study of the Koi Rookttakwa Golden Land Community’s context it is found that it is an Islamic community with 150-year history estalished by the ancestors, Mr. Abrahim and Mrs. Sanee. The couple moved themselves from Pattani to Klong Sansaeb. It currently includes 163 families with a population of 677;354 males and 323 females. Most of the popuation is teenagers and adults aged 11-20 and 31-40 year old respectively. According to its economy’s research, 28% of the population works as company employees or factory works while 9.8% works as government and state enterprise employees. The administration system is shown in 3 forms; local government, 12-village government, government by Islamic leader. The community society is a mixture of the country style and the city style. However, the country style is evident is their simple lifestyles, family relations and faiths in the Islam religion. 95% of the population is clinging to Islam in Koran Bible and Savant Mohamad. Basides those evidences, the Koi Rookttakwa Golden Land Community’s culture also goes along the society’s character. There is a unique mixture of its society and culture as show in behaviors derived from its old practice, tradition and culture as in 6 faiths and 5 practices including other Islamic doctrines. According to the study of the Koi Rookttakwa Golden Land Community’s strength development, it is found that the community has a main objective in its learning process. That is to develop a person with quality all in body, intelligence and mind. The learning is made inside school, outside school and in lifestyle ( by preferences ). There are five basic factors; community conscience, basic needs, community leader pressure, community framework and government sector coordination. The learning process consists of three major elements; learning source, learning part and learning method. The learning source includes 4 sources; family, school, Mosque Koi Rookttakwa. Community leader and institution. The latter 2 elements, learning part and learning method, can be divided into 2 parts; those in school System and lifestyle. There are five steps in the learning process of the community; problem realization, problem analysis, problem solving strategy, problem solving and problem solving measurement. There steps are the result of the learning through projects and activities created by the idea’ Know past, Think present, future. It is a mixture of the community’s old-time intelligence and new Knowledge from outside the community, which causes the learning process in developing the community’s strength resulting in the currently used tangible Chief Heading of the Koi Rookttakwa Golden Land Community. According to the community adaptation affection the development of the Pan Din Thong Koi Rooktakwa Community’s strength , there are two adaptations; economy adaptation and culture and society adaptation. The economy adaptation falls into three categories; production, consumption and product distribution, while the culture and the society adaptation comes in these forms; lifestyle change, village grouping, supportive community – relation creation, double cultural production and Islamic doctrine planting. There are two factors; inside and outside factora, which affect the community adaptation. The inside factors consist of the original community lifestyle valuation, agricultural knowledge and experience accumulation, learnship status and the community enthusiasm and responsibility, the outside factors are city – civilization expansion, outside – community economy, community education and media – influence expansion and the relation with outside sectors. Moreover, according to the community strategy study, the community strength or its distinctive point is used as a strategy in the community adaptation. Furthermore, the relation of the school and the community, which affects the development of the Koi Rookttakwa Golden Land Community’s strength, shows a long-time good relationship of the Islam Lamsai School and The Koi Rookttakwa Golden Land Community that helped each other donate and build the Islam Lamsai School. Nowadays, the relationship is more teghtende since the importance of education transferred by ancestors by realized the building of the school make Koi Rookttakwa Golden Land a community. It offers education from Kindergarten ( young students ) to Bachelor’degrees. The connection between the school and the community can be derived in 2 ways; formal and informal. The building of the formal and informal. The building of the formal relation requires different actions; a set up of the Isiam Lamsai School’s Committee and a parents network, a Creation and publication and publication of the school’s newsletter, parents meetings and co-activities and projects. On the other hand, the informal relationship creation requires 2-ways support, Idea exchanges and parent visits. The factors related to co-activities between the school and the community are inside school factors; management’s attitude toward the community, personnel’s attitude toward the community, personnel’s attitude toward the community, buildings and school facilities, information sources of the school and the community and the school budget. On the other hand inside factors of the Koi Rookttakwa Golden Land Community consist of the continuation of the ancestors’ objective and the ownership appreciation. Apart from those factors, there are accessions of the government and the private sectors through activities and assisting projects to the community. It is also found that the cooperation of the school and the community is supportive and tangible as seen in participation in activities and projects resulting in sharing ideas, contributions, responsibilities and benefits. The suggestion in conducting the research is to create is to create a sustainable development to the Koi Rookttakwa Golden Land Community with supports from the government, private sectors and educational institutions. This will create a continual learning and development up to the community potential. In part of the Koi Rookttakwa Golden Land’s society ( community , mosque and school ). Learning should made through experience, cooperative thinking and on going actions, to build up new Knowledge, which creates a self – reliable and strong community needing least outside support. There should also be a relation support in terms of ‘ Barom ‘ to be closely attached and non-separable. Besides, there should be a coordination of educational institutions, the Koi Rookttakwa Golden Land Community, Mosques Koi Rookttakwa and Islam Lamsai School to bring all research results to create a cooperative learning process in a supportive way. This will enable the community to efficiently its natural resources, production and intelligence, focusing on ‘ Build man, Create intelligence and Develop mind.’ It will bring an actual and sustainable strength into the Pan Din Thong Koi Rooktakwa Community through the future. |
| บรรณานุกรม | : |
สุพจน์ แสงเงิน . (2547). กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุพจน์ แสงเงิน . 2547. "กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุพจน์ แสงเงิน . "กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print. สุพจน์ แสงเงิน . กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.
|
