ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์
นักวิจัย : สุกัญญา วีรวัฒนะกุมพะ
คำค้น : ปลากระพงแดง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4420018 , http://research.trf.or.th/node/1182
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการ “ การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์ “ เป็นโครงการที่ดำเนินการครบวงจรตั้งแต่ การเลี้ยงปลากระพงแดง และปลาเก๋าเพื่อสกัดไวเทลโลเจนิน การทำให้ไวเทลโลเจนินบริสุทธิ์ การสร้างแอนติบอดีต่อไวเทลโลเจนินจากกระต่าย การทำให้แอนติบอดีที่ได้บริสุทธิ์ การติดฉลากแอนติบอดีด้วยเอนไซม์เปอร์ออกซิเดสสำหรับไนเทคนิค ELISA การวัดการตอบสนองต่อไวเทลโลเจนิน การพัฒนาไบโอเซนเซอร์ทั้งในส่วนของการพัฒนาระบบวัด การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโดยใช้ QCM การหาสภาวะที่เหมาะสมในการประดิษฐ์หัวตรวจวัด และการวัดการตอบสนองต่อไวเทลโลเจนิน โดยได้ผลผลิตดังต่อไปนี้ ในการเพาะเลี้ยงปลากระพงแดงและปลาเก๋า สามารถกระตุ้นปลาให้มีการสร้างไวเทลโลเจนินได้ ได้เก็บตัวอย่างเลือดของปลาเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของไวเทลโลเจนินตลอดช่วง 12 เดือน พบว่าปลาจะมีค่าไวเทลโลเจนินสูงหรือมีความสมบูรณ์เพศ 2 ช่วงคือเดือนมีนาคม – พฤษภาคม และกรกฎาคม – ตุลาคม โดยมีค่าไวเทลโลเจนินสูงกว่า 20ng/ul จนถึงประมาณ 80 ng/ul จากการศึกษาไวเทลโลเจนินบริสุทธิ์ที่เตรียมได้โดยวิธี native electrophoresis พบว่าในไวเทลโลเจนินจากปลากระพงแดงมีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 410 และ 335 kDa ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันและเมื่อใช้วิธี denature electrophoresis พบว่า ไวเทลโลเจนินของปลากระพงแดงประกอบด้วยโปรตีนย่อย 4 ชนิดที่มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 388 , 174 , 116 และ 97 kDa ตามลำดับ ผลการศึกษาแอนติบอดีต่อไวเทลโลเจนินของปลากระพงแดงที่ได้พบว่าแอนติบอดีสามารถให้การตอบสนองข้ามพันธุ์กันได้ โดยมีแนวโน้มว่าปลเก๋าและปลากุดสลาดจะมีลักษณะของไวเทลโลเจนินที่คล้ายคลึงกันมากกว่าปลากระพงแดง จากการทดสอบโดยวิธี ELISA พบว่าสามารถวัดไวเทลโลเจนินได้ในช่วงความเข้มข้น 10 – 1000 ng/ml ( 1 – 100 ng/100ul ) โดยมีความไวของการวัดเป็น 1.6 ng/100 ul หรือ 16 ng/ml ขึ้นไป ในการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ได้เลือกใช้ quartz crystal microbalance ( QCM ) ความถี่ 10 , 12 และ 20 MHz เป็นทรานส์ดิวเซอร์ โดยทำการพัฒนาระบบวัดสำหรับไบโอเซนเซอร์หรือหัตรวจวัดไวเทลโลเจนินขึ้น 2 แบบคือ ระบบวัดแบบที่เชื่อมต่อข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ที่สามารถวัดสัญญาณได้พร้อมกัน 8 ตัวและระบบวัดแบบทำงานด้วยตนเองอย่างอิสระที่สามารถวัดสัญญาณได้พร้อมกัน 2 ตัว โดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ จากการหาสภาวะที่เหมาะสมในการวัดการตอบสนองต่อไวเทลโลเจนินโดยใช้ไบโอเซนเซอร์ พบว่าการใช้ QCM ที่มีอีเล็กโทรดเป็นทองนั้นจะมีเสถียรภาพที่ดี จากการปรับสภาพผิวนั้นพบว่าการใช้โปรตีน A 1ug/10ul สามารถวัดไวเทลโลเจนินตั้งแต่ความเข้มข้นประมาณ 10 – 800 ng/ul แม้ว่าความไวในการวัดจะยังไม่ดีเท่าเทคนิค ELISA แต่ไบโอเซนเซอร์ที่ได้มีพิสัยการวัดที่เพียงพอที่วัดความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงที่มีความเข้มข้นในช่วง 20 – 80 ng/ul ได้

บรรณานุกรม :
สุกัญญา วีรวัฒนะกุมพะ . (2549). การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุกัญญา วีรวัฒนะกุมพะ . 2549. "การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุกัญญา วีรวัฒนะกุมพะ . "การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
สุกัญญา วีรวัฒนะกุมพะ . การประดิษฐ์หัวตรวจวัดโปรตีนไวเทลโลเจนินสำหรับการตรวจความสมบูรณ์เพศเมียของปลากระพงแดงเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.