| ชื่อเรื่อง | : | โครงการศึกษาการจัดการระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ |
| นักวิจัย | : | มนตรี จุฬาวัฒนทล |
| คำค้น | : | civil service , reform , science and technology , ปฏิรูป , ระบบราชการ , วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PRG3830001 , http://research.trf.or.th/node/882 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางปรับปรุงระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภาคราชการ พลเรือน โดยเน้น (ก) บทบาทหน้าที่และภารกิจ (ข) โครงสร้างองค์กรและการจัดการ (ค) การบริหารงานบุคคล และ (ง) การเงินและงบประมาณ การศึกษาใช้วิธีศึกษาจากเอกสาร การประชุมกลุ่มหารือ 4 กลุ่ม การสัมภาษณ์ผู้บริหาร 29 ท่าน การประชุมระดมความคิด 1 ครั้ง การประชุมคณะผู้วิจัย 14 ครั้ง และการติดตามและเสนอแนะโดย Steering Committee 2 ครั้ง การศึกษาได้พบว่าการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผ่านมา ประสบปัญหาหลัก 4 ประการ คือ (ก) กำลังคนขาด แคลน (ข) ระบบราชการไม่เอื้อ (ค) เอกชนไม่มีส่วนร่วม และ (ง) นโยบายของชาติไม่ต่อเนื่อง ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิด ความสูญเสียด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ฐานะของชาติในสังคมโลก และโอกาสการใช้ประโยชน์นักวิชาการไทย จากการ วิเคราะห์กรณีของต่างประเทศ พบว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเข้มแข็งเมื่อมีนโยบายชัดเจน รัฐนำ เอกชนร่วม และ ประสานกับต่างชาติ การศึกษาได้พบว่าระบบราชการไม่เกื้อหนุนงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะเหตุ 4 ประการ (ก) กฎระเบียบควบคุม (ข) อาชีพราชการไม่ก้าวหน้า (ค) กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมไม่เข้มแข็ง และ (ง) นโยบายไม่ต่อเนื่อง ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้ผล การศึกษาได้เสนอวิสัยทัศน์ใหม่ “อาชีพดี-วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล” ตามวิสัยทัศน์ใหม่ ได้เสนอการปฏิรูป 9 แนวทางดังนี้ (1) ทำระบบราชการไร้ขอบเขต (2) สร้างพันธมิตร (3) ทำอาชีพราชการให้มีคุณค่า (4) ปรับหน่วยงานเป็นเอเยนซี่ (5) จัดจ้างผู้อื่นทำงาน (6) สร้างโครงการ ขนาดใหญ่ (7) ส่งเสริมการลงทุน (8) ตั้งที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ (9) ติดตามประเมินผล แนวทางที่ 1-4 จะเร่งให้รัฐมีผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แนวทางที่ 5-7 จะเร่งส่งเสริมผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในภาคเอกชน และแนวทางที่ 8-9 จะทำให้นโยบายปฏิรูปมีความต่อเนื่อง วิธีการที่จะนำแนวทางเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจะ ต้อง (ก) สร้างสิ่งจูงใจ (ข) จัดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปฯ (ค) ให้หน่วยงานราชการเสนอโครงการปฏิรูปฯ (ง) ปรับกฎ ระเบียบ กพ. และสำนักงบประมาณ และ (จ) ปรับกลไกของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม The project objective was to find ways to improve the management of science and technology in the civil service, emphasizing (a) roles and missions; (b) organization and management; (c) personnel administration; and (d) budget and finance. The study was carried out by document research, 4 group discussions, interviews of 29 administrators, a brain storming session, 14 meetings of researchers and 2 Steering Committee meetings. Thai science and technology development was found to encounter 4 key obstacles, namely (a) manpower shortage; (b) unsupportive civil service system; (c) non-participating private sector; and (d) interrupted national policy. These problems caused losses in economics, quality of life, world standing of the country and opportunity to productively employ Thai professionals. Lessons from foreign countries showed that science and technology can be strengthened by firm policy, government leadership, participatory private sector and international cooperation. The civil service system was found to be unsupportive to science and technology due to 4 reasons: (a) regulatory rules; (b) unattractive career path; (c) weak ministry of science and technology; and (d) interrupted policy. Past attempts to correct these problems failed. To reform the civil science system, a new vision “good profession-science and technology progress” was proposed. Based on this new vision, 9 reform measures were formulated. They were: (1) making civil service borderless; (2) forming strategic alliances; (3) improving career path; (4) creating executive agencies; (5) outsourcing; (6) initiating mega projects; (7) promoting investment; (8) forming science and technology advisory body; and (9) evaluation of reform. Reform measures 1-4 should stimulate science and technology output from the government while reform measures 5-7 should encourage private sector to participate in science and technology. The reform measures 8-9 will ensure continuity of policy. To implement these reform measures, 4 actions must be taken, namely (a) offering incentives; (b) establishing a reform committee; (c) changing rules on civil service and the budget; and (d) creating new mechanism for ministry of science and technology |
| บรรณานุกรม | : |
มนตรี จุฬาวัฒนทล . (2541). โครงการศึกษาการจัดการระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มนตรี จุฬาวัฒนทล . 2541. "โครงการศึกษาการจัดการระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มนตรี จุฬาวัฒนทล . "โครงการศึกษาการจัดการระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541. Print. มนตรี จุฬาวัฒนทล . โครงการศึกษาการจัดการระบบบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2541.
|
