ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รายงานการปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรกระทรวงสาธารณสุข , Oganizational culture
นักวิจัย : โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ , Komatra Chuengsatiansup , คณะกรรมการปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กร กระทรวงสาธารณสุข
คำค้น : การบริหารสาธารณสุข , วัฒนธรรมองค์การ , ระบบราชการ , วัฒนธรรมราชการ
หน่วยงาน : -
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://hdl.handle.net/11228/1698 , WA20.5 ก941ร 2549 , 49ข029
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่องานวิจัย รายงานการปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรกระทรวงสาธารณสุขชื่อผู้วิจัย โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์คณะอนุกรรมการปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กร กระทรวงสาธารณสุขแหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขปีที่พิมพ์ 2549บทคัดย่อ 1.หลักการและเหตุผล ระบบราชการที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านโครงสร้างและระบบงาน จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมขององค์กรร่วมด้วย จึงจะก่อให้เกิดผลในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและแบบแผนปฏิบัติที่สืบมายาว นาน และต้องสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรใหม่ ๆที่เอื้อต่อการทำงานให้บรรลุตามอุดมคติและภารกิจขององค์กร 2.เป้าหมาย เป็นรากฐานของการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนโดยยึดคุณธรรม ความดี เหตุผลและความถูกต้องทางวิชาการ 3.วัตถุประสงค์ มี 5 ข้อดังนี้- เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการราชการสาธารณสุข- เพื่อสร้างวัฒนธรรมการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข- เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุข มีวัฒนธรรมการตัดสินใจด้วยข้อมูลและความรู้- เพื่อส่งเสริมแบบแผนประเพณีที่ดีงามในสังคมสาธารณสุข- เพื่อสร้างกลไกการทำงานการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน 4.ปรัชญาและแนวคิด ก.วัฒนธรรม จำแนกได้เป็น 3 ระดับ คือ พฤติกรรมการแสดงออก ,ค่านิยม ทัศนคติ และวิธีคิด ,โลกทัศน์ หรือกระบวนทัศน์อันเป็นฐานคติของวิธีคิด การสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กร จำเป็นต้องดำเนินการทั้งสามระดับอย่างต่อเนื่องทั้งใน ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้ได้ผลระยะยาว จำเป็นต้องมีโครงสร้างหรือกลไกดำเนินการที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ข. การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรสัมพันธ์เชื่อมโยงกับโครงสร้างองค์กร การปฏิรูปโครงสร้างและระบบงาน จึงจำเป็นต้องใส่ใจกับมิติของวัฒนธรรมองค์กรที่เกี่ยวโยงกับโครงสร้างด้วย ค. อำนาจเป็นมิติที่สำคัญของวัฒนธรรม อำนาจก่อตัวจากการอิงอาศัยวัฒนธรรม ในขณะเดียว กันวัฒนธรรมก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับอำนาจ ผู้นำองค์กรคือผู้ใช้อำนาจในระบบบริหารจึงมีความสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีธรรมาภิบาล ง. การเปลี่ยนแปลงให้ถึงโลกทัศน์ หรือกระบวนทัศน์ (รากฐานของวัฒนธรรม)เริ่มจากการสร้างแม่แบบของความคิดใหม่ (Exemplar) ซึ่งเป็นตัวแทนกระบวนทัศน์หรือวัฒนธรรมใหม่ควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อให้แม่แบบของความคิดใหม่ถูกถ่ายทอดและเรียนรู้ ดังนั้นการสร้างตัวแบบและเวทีเพื่อการเรียนรู้ จึงมีความสำคัญต่อการสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กร 5. ยุทธศาสตร์หลัก มี 5 ข้อ ดังนี้ยุทธศาสตร์ที่1 การสร้างเสริมสังคมคุณธรรมและระบบธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กรยุทธศาสตร์ที่2 การส่งเสริมต้นแบบทางวัฒนธรรมและกระบวนการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมยุทธศาสตร์ที่3 สร้างวัฒนธรรมการให้บริการที่มีคุณภาพ เคารพในคุณธรรมแห่งวิชาชีพ และเป็น ระบบบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ยุทธศาสตร์ที่4 การสร้างเสริมขนบธรรมเนียมและแบบแผนประเพณีที่ดี และสร้างสรรค์ในสังคม ราชการสาธารณสุข ยุทธศาสตร์ที่5 ส่งเสริมการวิจัยและการจัดการความรู้เพื่อการสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กรวัฒนธรรมราชการสาธารณสุข วัฒนธรรมราชการสาธารณสุขพัฒนาและ ปรับแก้มาจากเกณฑ์วัฒนธรรมการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลักคือวัฒนธรรมทั่วไปวัฒนธรรมเฉพาะเรื่อง มี 7 เรื่อง ดังนี้- วัฒนธรรมการต้อนรับเมื่อไปราชการ- วัฒนธรรมการแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ- วัฒนธรรมการบริหารงานบุคคล (การแต่งตั้งโยกย้าย)- วัฒนธรรมการใช้สรรพนาม คำ พฤติกรรมและการติดต่อสัมพันธ์- วัฒนธรรมการตั้งชื่อห้อง อาคาร สถานที่ราชการ- วัฒนธรรมหลังออกราชการ- วัฒนธรรมการให้บริการแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการผลักดันและมีกลไกให้การสร้างเสริมวัฒนธรรมราชการสาธารณสุข เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ควรจัดตั้งเป็น“สำนักสร้างเสริมวัฒนธรรม” ขึ้นเป็นองค์กรในกำกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำงานสอดคล้อง และประสานเชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการร่วมกันกับการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่และโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข หรับเกณฑ์วัฒนธรรมราชการสาธารณสุขนั้น เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้และมีผลในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เห็นควรสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรับทราบและประกาศใช้ให้เกิดผลจริง

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :