| ชื่อเรื่อง | : | ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ของเกาสิงเจี้ยน : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์ |
| นักวิจัย | : | นิพนธ์ ศศิภานุเดช, 2522- |
| คำค้น | : | เกา, สิงเจี้ยน--การวิจารณ์และการตีความ , นวนิยายจีน--ประวัติและวิจารณ์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ตรีศิลป์ บุญขจร , มาลินี ดิลกวณิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741745389 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2681 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สองประการคือประการแรกเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์ ประการที่สองเพื่อศึกษาชีวประวัติ ภูมิหลังทางการเมือง สังคมและ วัฒนธรรมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์แนวคิดทางวรรณกรรมและประพันธศิลป์ในนวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่ง จิตวิญญาณ ผลการวิจัยพบว่านวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ แสดงให้เห็นการผสมผสานนวนิยมทางวรรณกรรมของตะวันตกและสุนทรียศาสตร์จีนดั้งเดิมโดยการรับเอาแนวคิดและขนบวรรณศิลป์การถ่ายทอดโลกแห่งอัตวิสัยของนวนิยมทางวรรณกรรมของตะวันตกมาเป็นหัวใจของการประพันธ์นวนิยายเพื่อแสดง "ปัจเจกภาวะ" ตอบโต้นโยบายศิลปะและวรรณคดีของเหมาเจ๋อตุง ขณะเดียวกันก็ประยุกต์ท่าทีแบบพุทธศาสนามหายานนิกายเซนที่เรียกว่า "การถอดถอนตนเองเพื่อเพ่งพิศดูอย่างสงบสงัด" มาใช้ในกระบวนการเล่าเรื่องที่ใช้บุรุษสรรพนามเอกพจน์สามบุรุษสลับกันไปมาเพื่อให้ผู้เล่าสามารถเพ่งพิศดูอัตวิสัยของตนเองและปรากฏการณ์ภายนอกอย่างอิสระเสรีในตัวตนแห่งอุตตรภาวะ ผู้ประพันธ์ทำลายตรรกะของโครงเรื่องโดยทำให้ตัวบทนวนิยายกลายเป็นแหล่งรวมปกิณกะคดีแห่งชีวิตซึ่งประยุกต์มาจากสุนทรียศาสตร์จีนดั้งเดิมที่ความสำคัญต่อความไม่ปะติดปะต่อที่ปรากฏในงานเขียนปกิณกะคดีและงานเขียนทางปรัชญาของจีนโบราณเพื่อจำลองโลกและชีวิตในยุคปัจจุบันในแง่มุมใหม่ที่แตกต่างไปจากแง่มุมเดิมที่อิงอยู่กับตรรกะ ผู้ประพันธ์นำเสนอโลกแห่งอัตวิสัยผ่าน "กระแสธารแห่งภาษา" ซึ่งมีศักยภาพในอันที่จะทำให้เรื่องเล่าภายในกระแสสำนึกเผยตนเองออกมาเป็นกาลปัจจุบันอันเป็นนิรันดร์ รวมทั้งประยุกต์วิธีการของคีตศิลป์และทัศนศิลป์มาใช้ในวรรณศิลป์เพื่อสื่อสารทาง จิตวิญญาณผ่านดุลยภาพทางเสียงและกระบวนจินตภาพ การเปล่งเสียงให้มีจังหวะจะโคนเป็นไปเพื่อถ่ายทอด นัยยะประหวัดที่อยู่เบื้องหลังสัญญะและรหัสซึ่งลำพังไม่มีศักยภาพพอที่จะถ่ายทอดหากปราศจากมนุษย์ นวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ กระทำวาทกรรมว่าด้วย "การปราศจากลัทธิ" ให้เป็นที่ประจักษ์โดยการจดจารจารึกกระบวนการรับรู้ทางผัสสะเพื่อแสดงและยืนยัน "ปัจเจกภาวะ" เพื่อตอบโต้อุดมการณ์ของเหมาเจ๋อตุงและบรรดาลัทธิต่างๆ นวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ แสดงการกลับไปแสวงหาวัฒนธรรมชายขอบซึ่งถูกรุกรานจากวาทกรรมของขงจื๊อและเหมาเจ๋อตุง การกลับไปแสวงหาวัฒนธรรมชายขอบทำให้ นวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ สามารถรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างนวนิยายจีนร่วมสมัยและขนบวรรณศิลป์จีนโบราณอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมทั้งการตั้งข้อกังขาต่อประวัติศาสตร์รากเหง้าแห่งความเป็นจีนแบบ ประวัติศาสตร์นิยมใหม่ซึ่งทำให้นวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ก้าวพ้นความเป็นชาติและมีความเป็นสากล "ปัจเจกภาวะ" จึงเป็นหัวใจของนวนิยายเรื่อง ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ทั้งในแง่ของกลวิธีและเนื้อหาที่มี เอกลักษณ์ทั้งในและนอกบริบทคอมมิวนิสต์ แตกต่างจากวรรณกรรมพันผูกในบริบทโลก สร้างคุณค่าต่อทั้งวรรณกรรมจีนและวรรณกรรณสากลในฐานะวรรณกรรมทางเลือกแห่งอิสรภาพทางสุนทรียศาสตร์ |
| บรรณานุกรม | : |
นิพนธ์ ศศิภานุเดช, 2522- . (2546). ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ของเกาสิงเจี้ยน : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิพนธ์ ศศิภานุเดช, 2522- . 2546. "ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ของเกาสิงเจี้ยน : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิพนธ์ ศศิภานุเดช, 2522- . "ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ของเกาสิงเจี้ยน : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. นิพนธ์ ศศิภานุเดช, 2522- . ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ ของเกาสิงเจี้ยน : ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทและทฤษฎีวรรณคดีของผู้ประพันธ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
