| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ การดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร : รายงานการวิจัย |
| นักวิจัย | : | ปรมะ สตะเวทิน |
| คำค้น | : | โทรทัศน์กับเยาวชน , สื่อมวลชนกับเยาวชน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2531 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/1766 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจการดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1, 2 และ 3 ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ โรงเรียนละ 100 คน รวม 2 โรงเรียน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพาร์เชียล และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้น ซึ่งประมวบผลโดยคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS สาระสำคัญของการวิจัยปรากฏผลดังนี้ 1. วัยรุ่นทุกคนมีโอกาสดูโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ที่วัยรุ่นนิยมดูมากที่สุด ได้แก่ ข่าว ภาพยนตร์ เกมต่าง ๆ ดนตรีและเพลง และกีฬา ตามลำดับ วัยรุ่นส่วนใหญ่ (161 คน หรือ 80.5%) ดูโทรทัศน์กับคนในครอบครัว2. เพศ โรงเรียน สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว และความสัมพันธ์ของบิดา มารดาไม่มีความสัมพันธ์กับความบ่อบครั้งและระยะเวลาในการดูโทรทัศน์ และความบ่อยครั้งในการดู "รายการข่าวและความรู้" แต่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความบ่อยครั้งในการดู "รายการบันเทิง" 3. ความบ่อยครั้งและระยะเวลาที่ดูโทรทัศน์กับความบ่อยครั้งที่ดู "รายการข่าวและความรู้" ไม่มีความสัมพันธ์กับรสนิยม ความก้าวร้าวรุนแรง และศีลธรรม และความถูกต้อง แต่ความบ่อยครั้งที่ดู "รายการบันเทิง" มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรสนิยมและความก้าวร้าวรุนแรง และความมีความสัมพันธ์เชิงลบกับศีลธรรมและความถูกต้อง 4. เพศไม่มีความสัมพันธ์กับรสนิยม แต่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับความก้าวร้าวรุนแรงส่วนโรงเรียน สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัวและความสัมพันธ์ของบิดามารดามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรสนิยมและความก้าวร้าวรุนแรง ทั้ง 4 ตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กับศีลธรรมและความถูกต้อง 5. เมื่อควบคุมตัวปรการดูโทรทัศน์ เพศไม่มีความสัมพันธ์กับรสนิยม แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความก้าวร้าวรุนแรง ส่วนโรงเรียน สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัวและความสัมพันธ์ของบิดามารดายังคงมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรสนิยมและความก้าวร้าวรุนแรง ตัวแปรทั้ง 4 ไม่มีความสัมพันธ์กับศีลธรรมและความถูกต้อง 6. ตัวแปรที่สามารถใช้อธิบายรสนิยมเรียงตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ 1) โรงเรียน หรือสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว 2) ความบ่อยครั้งที่ดู "รายการข่าวและความรู้" 3) ความบ่อยครั้งที่ดู "รายการบันเทิง" ตัวแปรที่สามารถใช้อธิบายความก้าวร้าวรุนแรงเรียงตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ 1) โรงเรียนหรือสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว 2) ความบ่อยครั้งและระยะเวลาที่ดูโทรทัศน์ 3) ความบ่อยครั้งที่ดู "รายการบันเทิง" 4) เพศ ไม่มีตัวแปรใดเลยที่สามารถใช้อธิบายศีลธรรมและความถูกต้องได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ปรมะ สตะเวทิน . (2531). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ การดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร : รายงานการวิจัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรมะ สตะเวทิน . 2531. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ การดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร : รายงานการวิจัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรมะ สตะเวทิน . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ การดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร : รายงานการวิจัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531. Print. ปรมะ สตะเวทิน . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ การดูโทรทัศน์ และทัศนคติของวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร : รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2531.
|
