ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง
นักวิจัย : ธณิกานต์ ธรสินธุ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546001265
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลือง โดยใช้อัตราส่วนถั่วต่อน้ำต่างๆ และอุณหภูมิสำหรับฆ่าเชื้อ 63 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แล้วบ่มนมถั่วเหลืองที่อุณหภูมิ 37 และ 42 องศาเซลเซียส พบว่าที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสพบแบคทีเรียที่สร้างกรดทั้งรูปร่างกลมและแท่ง ส่วนที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียสพบเฉพาะแบคทีเรียที่สร้างกรดรูปร่างกลม จากการทดลองสามารถจำแนกแบคทีเรียกรดแลกติกได้ดังนี้ ~iPediococcus pentosaceus~i 55 เปอร์เซ็นต์ ~iEnterococcusfaecium~i 40 เปอร์เซ็นต์ และ ~iLactobacillus plantarum~i 5 เปอร์เซ็นต์แบคทีเรียกรดแลกติกที่เหมาะสมใช้เป็นกล้าเชื้อโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองคือ เชื้อผสมระหว่าง ~iP.pentosaceus~i KUC(,1) และ ~iL.plantarum~i KUC(,7)ซึ่งแยกมาจากอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส แบคทีเรียกรดแลกติกทั้ง 2 สายพันธุ์มีเอนไซม์ (+,a)-galactosidase ซึ่งสามารถย่อยสลายราฟฟิโนสและสตาชิโอสในนมถั่วเหลืองได้ ผลการสกัดพลาสมิดของ ~iP.pentosaceus~i KUC(,1) มีขนาด 67, 11.5และ 8.8 กิโลเบส ส่วนพลาสมิดของ ~iL.plantarum~i KUC(,7) มีขนาด 56.5, 10.2 และ8.4 กิโลเบส สภาวะการผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองสามารถเติมน้ำตาลซูโครสหรือน้ำเชื่อมฟรุกโตส 5 เปอร์เซ็นต์ บ่มที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 9 ชั่วโมง ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสเปรียบเทียบกับกล้าเชื้อโยเกิร์ตทางการค้า CH-1 ในผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง พบว่าโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองที่หมักด้วยกล้าเชื้อผสมที่คัดเลือกได้ ผู้ทดสอบให้การยอมรับไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกล้าเชื้อโยเกิร์ตทางการค้า ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นกล้าเชื้อโยเกิร์ตที่คัดเลือกได้สามารถใช้ทดแทนกล้าเชื้อโยเกิร์ตทางการค้าได้ นอกจากนี้เมื่อศึกษาอายุการเก็บกล้าเชื้อผสมที่คัดเลือกได้พบว่า สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ได้ไม่เกิน 6 วัน โดยที่กล้าเชื้อยังมีประสิทธิภาพเท่าเดิม ส่วนอายุการเก็บโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ควรเก็บไว้ไม่เกิน 15 วันเนื่องจากลักษณะทางกายภาพจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมาะสมต่อการบริโภค การพัฒนาโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองพบว่าควรผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลืองที่เติมน้ำเชื่อมฟรุกโตส5 เปอร์เซ็นต์ กลิ่นสตรอเบอรี่ 5 เปอร์เซ็นต์ และหมักโยเกิร์ตเป็นเวลา 3 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะเติมกรดแลกติก 0.20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะให้ผลดีที่สุด และผู้ทดสอบให้การยอมรับไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับกล้าเชื้อโยเกิร์ตนมวัวทางการค้ากลิ่นธรรมชาติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์

บรรณานุกรม :
ธณิกานต์ ธรสินธุ์ . (2546). การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธณิกานต์ ธรสินธุ์ . 2546. "การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธณิกานต์ ธรสินธุ์ . "การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
ธณิกานต์ ธรสินธุ์ . การแยกเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกจากนมถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นกล้าเชื้อผลิตโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.